
กกต. ขยายผล กปน. สบช่องจ้องหย่อนบัตรเลือกตั้ง 7 ใบ หน่วย 6 พะเยา
กกต. เร่งขยายผลกรณีกปน.พะเยา ยอมรับสารภาพรับจ้างกาบัตรแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 7 ใบ แลกเงินใบละ 400 บาท พบกาให้ 3 พรรค
จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงการรายงานผลการเลือกตั้ง สส. และ การทำประชามติ วันที่ 8 ก.พ. ล่าช้าเเละมีสิ่งผิดปกติหลายวาระ เช่น การนับคะเเนนของหน่วยเลือกตั้งที่ไม่ตรง , การรายงานผลการเลือกตั้งที่ยุติไว้ที่ร้อยละ94 , บัตรเลือกตั้ง สส. ที่มีบาร์โค้ดเเละคิวอาร์ โค้ดที่บางฝ่ายระบุว่า สามารถสืบค้นได้ว่าประชาชนคนใดลงคะเเนนให้พรรคใดเเละการลงคะเเนนจะไม่เป็นความลับ , การขอนับคะเเนนใหม่ทั่วประเทศ, การฟ้องร้องสามศาลให้ดำเนินคดีกับสำนักงาน กกต.
เเหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต. กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มติที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งมีนโยบายว่า ต้องโปร่งใส ยุติธรรม ตรวจสอบได้และกฎหมายให้อำนาจกกต.รับรองผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน อย่าลืมว่าหน่วยเลือกตั้งสส. 77 จังหวัด 400 เขตนั้น มี 99,487 หน่วย ดังนั้นทุกอย่างต้องโปร่งใสเเละใช้เวลาตรวจสอบเพื่อความรอบเเละโปร่งใสเพราะ กกต. ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดกฎหมายเคร่งครัดเเละสั่งให้ตรวจสอบทุกคำร้องเรียน การจับกุมการทุจริตจาก กกต. และตำรวจว่า ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดเเละนำคนผิดมาลงโทษให้ได้
กรณีการทุจริตเลือกต้้ง สส. วันที่ 8 ก.พ.นั้น มีการร้องเรียนการทุจริตเเละ กกต. ตรวจพบรวมเเล้วในตอนนี้ 113 เรื่อง นั้น รวมทั้งยังขยายผลสอบสวนการทุจริตเลือกตั้งเพิ่มเติมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ว่าร่วมทุจริตหรือไม่
เเหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต. ระบุว่า กปน.รายหนึ่ง ประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 4 ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา ไปแสดงตนแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและฉีกบัตรเลือกตั้งจำนวน 7 ใบ ก่อนเข้าไปภายในคูหา เพื่อทำเครื่องหมายลงคะแนนขณะกำลังจะหย่อนบัตรเลือกตั้งลงในหีบบัตร เเต่ประธาน กปน. สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงทักท้วงและเข้าระงับเหตุไว้ได้ ส่งผลให้บัตรเลือกตั้งดังกล่าว ยังไม่ได้ถูกหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งแต่อย่างใด จนทำให้กกต.ต้องสั่งให้มีการลงคะเเนนใหม่ในหน่วยนี้
เเหล่งข่าวจากสำนักงานกกต.เเจ้งว่า จากรายงานของสำนักงานกกต.จังหวัดพะเยาเเจ้งว่า กปน. รายนี้มีท่าทีพิรุธในช่วงที่กปน.คนอื่นๆไปรับประทานอาหารกลางวัน เเละประชาชนมาใช้สิทธิบางตา โดย กปน. คนนี้กาบัตรลงคะเเนนให้พรรคแห่งหนึ่ง 5 ใบ เเละพรรคอื่นๆ พรรคละ1ใบ รวม 7 ใบ โดยในช่วงที่จับกุมได้นั้น สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า กปน. รายนี้เป็นชาวบ้านที่เข้ามาอบรมเป็น กปน. เเละ กปน. รายนี้ยอมรับในเบื้องต้นว่าได้รับค่าจ้างลงคะเเนนใบละ 400 บาท เเม้ตอนหลัง กปน. รายนี้จะกลับคำให้การเเละขอให้การในชั้นศาลก็ตาม
ในเรื่องนี้ กกต. กำลังอยู่ระหว่างการขยายผล หากพบว่า กรรมการบริหารพรรคการเมืองใดว่าจ้าง กปน. รายนี้ทุจริต อาจมีโทษถึงขั้นยุบพรรคได้



