
เปิดงบ "3 ธุรกิจส้ม": สเปกเตอร์ ซี โกย 47 ล้าน ส่วน มาร์ส เอสเตท-ส้มจี๊ด ขาดทุนยับ!
เจาะงบ 3 บริษัทเครือข่ายพรรคส้ม พบ "สเปกเตอร์ ซี" ฟาร์มสื่อหลักโกยรายได้พุ่ง 47 ล้าน ขยับสัดส่วนผู้ถือหุ้นล่าสุด โอนจากเลขาฯ พรรค สู่มือสามีอดีต สส. สวนทางธุรกิจเช่าตึกและร้านอาหารของ 'ธนาธร-ภริยา' ที่ยังขาดทุน
17 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเนชั่นสุดสปดาห์ ได้มีการเปิดข้อมูล บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด 1 ในธุรกิจส้มที่มีเครือข่าย "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เข้าไปถือหุ้น
ที่ผ่านมาแกนนำพรรคออกมายืนยันว่า บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด คือ "ธุรกิจสื่อ" ไม่ใช่บริษัทที่ทำด้าน ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO ของพรรค แต่เคยได้รับการว่าจ้างจากพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชน (ปชน.) ถ่ายทำวีดีโอ ถ่ายภาพ หรือ ทำกราฟฟิก เพื่อสนับสนุนงานของพรรค โดยใช้เงินอุดหนุนจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง
โดย "ไอติม พริษฐ์" โฆษกพรรคประชาชนพาสื่อขึ้นไปทัวร์บริษัทแห่งนี้ ยืนยันว่า เป็นบริษัทที่พรรคเคยว่าจ้างให้ผลิตสื่อในเพจพรรค เช่น กราฟิกหรือวิดีโอ หากว่าจ้างครั้งไหนใช้เงินกองทุน กกต. ก็จะต้องมีการชี้แจงตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ข้อเท็จจริงในเชิงบริษัทสามารถค้นหาได้ในเชิงสาธารณะ
ในปี 2566 กรุงเทพธุรกิจ เคยนำเสนอข้อมูลบริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด ไปแล้วว่า บริษัทแห่งนี้ได้รับการว่าจ้างจากพรรคก้าวไกล ในการผลิตสื่อ กราฟฟิก ภาพประกอบ หรือคลิปวีดีโอจำนวนมากในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง 2566 ซึ่งเป็นยุทธปัจจัยหนึ่ง ที่ส่งผลให้ "พรรคก้าวไกล" ได้รับชัยชนะในศึกการเลือกตั้งครั้งดังกล่าว กวาด สส.เข้าสภาฯมากถึง 151 ที่นั่ง โดย "ศรายุทธิ์ ใจหลัก" 1 ใน 3 "กลุ่มเพื่อนเอก" ที่ปัจจุบันเป็นเลขาธิการพรรค ปชน. เคยกุมเบียนถือหุ้นใหญ่สุดก่อนหน้านี้
อัปเดตข้อมูลล่าสุด พบว่า ปัจจุบัน" เลขาฯติ่ง" ศรายุทธิ์ ไม่ได้ถือหุ้นใหญ่แล้ว โดยตั้งแต่ช่วง ธ.ค. 2567 มีการโอนหุ้นไปให้ "นันทพร อาศิรพจนกุล" สามี "ครูจุ๊ย" กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ อดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แทน ในสัดส่วนเดียวกัน ขณะเดียวกันนำส่งงบการเงินปีล่าสุด 2567 โกยรายได้ไปกว่า 47 ล้านบาท
บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด จดทะเบียนเมื่อ 14 ม.ค. 2563 ทุนปัจจุบัน 1,430,000 บาท ตั้งอยู่ที่ 167 ชั้น 5 ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร (ชั้น 5 อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการเดียวกับพรรค ปชน.ในปัจจุบัน) วัตถุประสงค์ การบริการตัดต่อภาพและเสียง มีกรรมการ 3 คน นายพุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล (อดีตผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย พรรคอนาคตใหม่ ผู้มีบทบาทสำคัญต่อสู้คดีหุ้นสื่อให้ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ) นายศุภชัย เสียงจันทร์ (อดีตทีมงานสื่อพรรคก้าวไกล) นางสาวกัลยกร ศรีวารีรัตน์
- นำส่งรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด 30 เม.ย. 2568 นันทพร อาศิรพจนกุล ถือหุ้นใหญ่สุด 74.65% (โอนจาก ศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค ปชน. ในสัดส่วนเดียวกัน) ศุภชัย เสียงจันทร์ ถือ 6.99% นิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ (มีบทบาทเข้าไปถือหุ้นในเครือข่าย “ธุรกิจส้ม” หลายแห่ง เขาเป็นอดีตเหรัญญิกพรรคอนาคตใหม่ อดีตผู้ชำนาญการประจำตัว อดีต สส.ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ) ถือ 4.80% จตุรันต์ อำนาจบุดดี ถือ 2.10% กัลยกร ศรีวารีรัตน์ ถือ 1.05% ดารามาศ สีมาตย์ ถือ 1.05% บรรจง เจริญผล ถือ 1.05% มนทกานติ รังสิพราหมณกุล (อดีตทีมสื่อ อดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ อดีตพิธีกรช่องวอยซ์ ทีวี) วชิรวิทย์ คงคาลัย ถือ 1.05% วิจิตรา ภูถาดงา ถือ 1.05% สุภาพรรณ พลังศักดิ์ ถือ 1.05% บัวลอง ดีมาก ถือ 0.78% เบญจวรรณ จิตรีธรรม ถือ 0.73% ภิญญามาศ ฝนทอง ถือ 0.52% ศรัณย์ สุธรรมดิเรกลาภ ถือ 0.52% สุนทร บุญยอด ถือ 0.52% ณัฐกานต์ แพงพิศ ถือ 0.31% ตะวัน พงศ์แพทย์ ถือ 0.21% ภคมน วัฒนโชติกัญจน์ ถือ 0.21% ธนัท ตัวละมูล ถือ 0.10% โภคิน จันทร์ทิตย์ ถือ 0.08% ฐนันท์ รัชฎาถาวรกุล ถือ 0.05% ศุภาพิชญ์ เมธาจีรเวช ถือ 0.03% กวินวุฒิ เล็กศรีสกุล ถือ 0.02% และกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยอีก 4 ราย ถือรวมกัน 0.03%
- นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2567 มีสินทรัพย์รวม 8,571,089 บาท หนี้สินรวม 877,953 บาท รายได้รวม 47,037,543 บาท รายจ่ายรวม 40,642,617 บาท ดอกเบี้ยจ่าย 183 บาท เสียภาษีเงินได้ 931,676 บาท กำไรสุทธิ 5,480,054 บาท
"สเปกเตอร์ ซี" เคยรับจ้างผลิตสื่อโฆษณาและเช่าพื้นที่โฆษณาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในเขตพื้นที่เทศบาลฯ ของเทศบาลตำบาลทากาศเหนือ ต.ทากาศ อ.แม่ทา จ.ลำพูน โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ในปีงบประมาณ 2565 วงเงิน 32,100 บาท ทำสัญญาเมื่อ 14 ก.ย. 2565
อีก 2 บริษัทใน "อาคารอนาคตใหม่"
1.บริษัท มาร์ส เอสเตท จำกัด ธุรกิจให้เช่าอาคาร (ซึ่งเป็นเจ้าของอาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรค ปชน.ในปัจจุบัน) จดทะเบียนเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2564 ทุนปัจจุบัน 5 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่เดียวกับพรรค ปชน. วัตถุประสงค์ การเช่าและการดำเนินการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของตนเองหรือเช่าจากผู้อื่นที่ไม่ใช่เพื่อเป็นที่พักอาศัย
- ปรากฏชื่อกรรมการ 2 คนคือ นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ (ภริยานายธนาธร) นายพุฒิพงศ์ พงศ์อเนกกุล (อดีตผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย พรรคอนาคตใหม่ ผู้มีบทบาทสำคัญต่อสู้คดีหุ้นสื่อให้ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ)
- นำส่งรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด 30 เม.ย. 2568 นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ถือหุ้นใหญ่สุดเกือบ 100% ส่วนนายพุฒิพงศ์ พงศ์อเนกกุล ถือจำนวน 2 หุ้น
- นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2567 สินทรัพย์รวม 119,870,668 บาท (ในจำนวนนี้เป็นที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 115,281,799 บาท) หนี้สินรวม 138,684,886 บาท รายได้รวม 6,649,705 บาท รายจ่ายรวม 10,354,279 บาท ขาดทุนสุทธิ 5,032,469 บาท
ที่น่าสนใจบริษัทให้เช่าที่ทำการพรรคส้มแห่งนี้ มีผลประกอบการขาดทุนมาโดยตลอดนับตั้งแต่ก่อตั้ง
- ปี 2564 รายได้รวม 2,359,419 บาท รายจ่ายรวม 4,988,113 บาท ขาดทุนสุทธิ 3,323,431 บาท
- ปี 2565 รายได้รวม 3,731,169 บาท รายจ่ายรวม 10,277,105 บาท ขาดทุนสุทธิ 7,834,192 บาท
- ปี 2566 รายได้รวม 4,627,288 บาท รายจ่ายรวม 10,935,644 บาท ขาดทุนสุทธิ 7,624,126 บาท
- ปี 2567 รายได้รวม 6,649,705 บาท รายจ่ายรวม 10,354,279 บาท ขาดทุนสุทธิ 5,032,469 บาท
- 2.บริษัท ส้มจี๊ด เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (ธุรกิจร้านอาหาร และร้านเครื่องดื่ม Soul Bar ชั้น 2 ที่ทำการพรรค ปชน.) จดทะเบียนเมื่อ 22 พ.ย. 2562 ทุนปัจจุบัน 30 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่เดียวกับที่ทำการพรรค ปชน. วัตถุประสงค์ การบริการด้านอาหารในภัตคาร/ร้านอาหาร ปรากฏชื่อกรรมการ 9 คน ส่วนใหญ่คืออดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ได้แก่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายนิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ (มีบทบาทเข้าไปถือหุ้นในเครือข่าย “ธุรกิจส้ม” หลายแห่ง เขาเป็นอดีตเหรัญญิกพรรคอนาคตใหม่ อดีตผู้ชำนาญการประจำตัว อดีต สส.ธนาธร) นายพงศกร รอดชมพู นายรณวิต หล่อเลิศสุนทร นางสาวเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ นายชัน ภักดีศรี นางสาวพรรณิการ์ วานิช นายศุภชัย กุลโชควณิช นายพุฒิพงศ์ พงศ์อเนกกุล
- นำส่งรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด 30 เม.ย. 2568 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถือหุ้นใหญ่สุด 299,997 หุ้น เกือบ 100% นิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ ถือจำนวน 2 หุ้น ศุภชัย กุลโชควณิช ถือจำนวน 1 หุ้น นำส่งงบการเงินล่าสุดปี 2567 สินทรัพย์รวม 10,190,773 บาท หนี้สินรวม 6,546,881 บาท รายได้รวม 6,148,376 บาท รายจ่ายรวม 11,420,944 บาท ดอกเบี้ยจ่าย 69,189 บาท ขาดทุนสุทธิ 5,341,757 บาท
- การดำเนินการของบริษัทแห่งนี้ มีผลประกอบการขาดทุนทุกปีเช่นกัน
- ปี 2563 รายได้รวม 1,924,738 บาท รายจ่ายรวม 5,850,212 บาท ดอกเบี้ยจ่าย 20,416 บาท ขาดทุนสุทธิ 3,945,890 บาท
- ปี 2564 รายได้รวม 2,696,390 บาท รายจ่ายรวม 10,957,151 บาท ดอกเบี้ยจ่าย 54,853 บาท ขาดทุนสุทธิ 8,315,614 บาท
- ปี 2565 รายได้รวม 5,961,401 บาท รายจ่ายรวม 11,414,763 บาท ดอกเบี้ยจ่าย 83,147 บาท ขาดทุนสุทธิ 5,536,509 บาท
- ปี 2566 รายได้รวม 12,659,956 บาท รายจ่ายรวม 15,768,145 บาท ดอกเบี้ยจ่าย 68,999 บาท ขาดทุนสุทธิ 3,177,188 บาท
- ปี 2567 รายได้รวม 6,148,376 บาท รายจ่ายรวม 11,420,944 บาท ดอกเบี้ยจ่าย 69,189 บาท ขาดทุนสุทธิ 5,341,757 บาท
อย่างไรก็ดีทั้ง 3 บริษัท ยังมิได้ถูกร้องเรียนกล่าวหาในประเด็นใด ๆ การนำข้อมูลเหล่านี้มานำเสนอ เป็นไปเพื่อผลประโยชน์สาธารณะเท่านั้น
ข้อมูล : เนชั่นสุดสัปดาห์ , กรุงเทพธุรกิจ



