ข่าว

"แสวง" โพสต์แจง บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง มีไว้ทำไม? ย้ำ ไม่มีทางรู้คนลงคะแนน

"แสวง" โพสต์แจง บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง มีไว้ทำไม? ย้ำ ไม่มีทางรู้คนลงคะแนน

15 ก.พ. 2569

"เลขาธิการ กกต." โพสต์แจง บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง มีไว้ทำไม? กางหลักการ "โดยตรงและลับ" ย้ำ ไม่มีทางรู้คนลงคะแนน

15 ก.พ. 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีบาร์โค้ด (Barcode) บนบัตรเลือกตั้ง ระบุข้อความว่า 


หลักการโดยตรงและลับ หลักการความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้งและการเลือกตั้ง Barcode กับ 2 หลักการ 


Barcode กับการออกเสียงโดยตรงและลับ


1. หลักการโดยตรงและลับ


เป็นหลักการขั้นพื้นฐานของสิทธิมนุษชนในการเลือกตั้ง ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน(UDHR) ของสหประชาติ(UN) ว่าด้วยสิทธิทางการเมืองที่กำหนดว่าในการเลือกตั้งการออกเสียงต้องเป็นไปโดยตรงและลับ พูดแบบเข้าใจง่ายๆ คือ ลงคะแนนด้วยตนเอง และไม่มีผู้ใดทราบได้

 

2. หลักการความปลอดภัยของบัตรและการเลือกตั้ง


เป็นหลักการที่มาจากปฏิญญาสากลเช่นกัน ที่กำหนดว่าการเลือกตั้งต้อง "เสรีและเป็นธรรม" (Free &Fair) 
กฎหมายจึงกำหนดเรื่องความปลอดภัยของบัตรและการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
ป้องกันการปลอมแปลงบัตร การใช้บัตรปลอม การใช้บัตรข้ามเขต รวมทั้งการบริหารจัดการบัตร ควบคุมบัตรในการแจกจ่ายได้อย่างถูกต้อง เป็นต้น

3. Barcode กับ 2 หลักการ


Barcode ถูกนำมาใช้กับ "หลักความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้งและความปลอดภัยของการเลือกตั้ง แต่หลักการความปลอดภัยต้องไม่กระทบสาระสำคัญของหลักลงคะแนนโดยตรงและลับ ต้องมีกระบวนการขั้นตอนที่ให้ 2 หลักการเดินไปด้วยกันได้อย่างเรียบร้อย


ในการเลือกตั้งทั้ง 2 หลักการได้มาอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นกิจกรรมเดียวกันพอดี คือ ตั้งแต่ระยะเวลาที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแสดงตนรับบัตร รับบัตร เข้าคูหา หย่อนบัตรลงหีบ นับคะแนน นำบัตรและอุปกรณ์ไปส่ง ยุบรวมหีบ และจัดเก็บรักษา เพื่อให้ทั้ง 2 หลักการเดินไปด้วยกันได้ และให้การออกเสียงเป็นไปโดยตรงและลับ การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จึงมีการออกแบบการออกเสียงลงคะแนนทุกขั้นตอนเพื่อป้องกัน และสอบทานซึ่งกันและกันได้

อาทิ มีการเก็บบัตร ต้นขั้วบัตร บัญชีผู้ใช้สิทธิ ในถุงที่เตรียมใว้ มีสายรัดใว้ แล้วเก็บไว้แยกหีบกัน การใช้บุคลากรในแต่ละขั้นตอนคนละชุดกัน อาทิ ที่หน่วยเลือกตั้ง คือ กปน. ที่รับบัตร คือ อนุอำเภอ และ ที่จัดเก็บเป็น สนง.กกต.จังหวัด เป็นต้น

4. Barcode กับการออกเสียงโดยตรงและลับ


การใช้ barcode ในบัตรเลือกตั้ง กรณีประชาชนที่ไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งถ่ายรูปบัตรที่มี barcode จะทราบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใครแล้วหรือไม่ ขอยืนยันว่าไม่ทราบอย่างแน่นอน

แต่หากมีผู้พยายามอยากจะทราบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใคร (เป็นการทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เป็นคนละส่วนกับการลงคะแนนโดยตรงและลับ) ก็มีมาตรการในการให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วในข้อ 3 คือ การเก็บบัตร ต้นขั้วบัตร บัญชีรายชื่อ แยกจากกัน ในที่ปลอดภัย ไม่มีผู้ใดจะเข้าถึงได้โดยไม่มีคำสั่งศาล และหากจะเปิดหีบตามคำสั่งศาล ก็เพื่อการเลือกตั้งที่มีการร้องว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมเท่านั้น และการเปิดหีบเอกสารก็จะเปิดเท่าที่จำเป็น หีบใดหีบหนึ่งที่เกี่ยวกับคำร้องไม่ได้เปิดเอกสารทั้ง 3 อย่างพร้อมกัน

การออกเสียงโดยตรงและลับ ใช้กับทุกคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกคนของ กกต. กปน. ด้วย ที่เกรงว่า กปน. จะถ่ายรูปบัตร แล้วนำมาให้บุคคลภายนอก นั้น กปน. ที่อยู่ใกล้ชิดบัตรมีอยู่คนเดียว คือ กปน. ผู้ทำหน้าที่จ่ายบัตร นั้นถือว่า กปน. เป็นเจ้าพนักงานมีส่วนทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม (โดยสภาพถ่ายได้เฉพาะบัตรเปล่า เพราะเป็นช่วงจ่ายบัตร ยังไม่ได้มอบบัตรให้แก่ผู้สิทธิเลือกตั้ง)

แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยมี Barcode จะทราบทันทีว่าบัตรนั้นเป็นบัตรจากหน่วยใด กปน. คนใดเป็นคนจ่าย สำนักงานจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องว่าอาจทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งขณะนี้เท่าที่มีข้อมูลมีอยู่ 2 ราย

ดังนั้น ต้องแยกมาตรการ หรือ กระบวนการออกเสียงโดยตรงและลับ แยกจากการกระทำผิดของบุคคล เช่น ในหน่วย มีการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งในฐานความผิดอื่นๆ บุคลนั้นก็ต้องรับในสิ่งที่ทำลงไป โดยกระบวนการไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด

มาตรการจึงออกแบบมาเพื่อให้ออกเสียงโดยตรงและลับ ส่วนการจะไปตรวจว่าใครลงคะแนนให้ใคร ไม่สามารถทำได้ คนที่จะทำเช่นนั้นคือคนที่มีเจตนาทุจริต ให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปตามหลักการโดยตรงและลับ และหลักการความปลอดภัยของการเลือกตั้ง คือการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม

 

 

"แสวง" โพสต์แจง บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง มีไว้ทำไม? ย้ำ ไม่มีทางรู้คนลงคะแนน