
กกต. แจงดราม่างบ 8.9 พันล้าน ยันทำงานโปร่งใส เร่งสอบทุจริต 400 เขตสวนกระแสกดดันลาออก
เปิดรายละเอียดงบเลือกตั้ง-ประชามติปี 69 เกือบ 9 พันล้านบาท หลัง กกต. ถูกถล่มหนักบริหารจัดการพลาด ยันใช้เงินตามมติ ครม.
13 ก.พ. 2569 แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงสถานการณ์หลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์และแรงกดดันให้คณะกรรมการ กกต. ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าที่ประชุม กกต. ได้หารือร่วมกันอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เสร็จสิ้นภารกิจ และได้กำชับให้เร่งตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.จังหวัด รวมถึงกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในทั้ง 400 เขต โดยเฉพาะประเด็นที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อชี้แจงให้สังคมทราบโดยเร็วและป้องกันไม่ให้มีการนำไปขยายผลทางการเมือง
แหล่งข่าวคนเดิม ระบุว่า ที่ผ่านมา กกต. ทำงานเชิงรุกในหลายพื้นที่ก่อนการเลือกตั้ง จะพบว่า ได้สกัดกั้นเเละจับกุมผู้กระทำผิดในการซื้อเสียงใน.จ.เชียงราย จ.ราชบุรี จ.สุราษฎร์ฯ เเละสกัดการเตรียมการทุจริตได้หลายพื้นที่ ยอมรับว่าการทุจริตเลือกตั้งของผู้สมัครสส.บางรายยังเกิดขึ้น เเต่จำนวนบุคลากรของสำนักงานกกต.ที่สนธิกำลังกับตำรวจนั้นยังทำงานสืบสวนกันอย่างเต็มที่
เช่น หีบบัตรเลือกตั้งที่จำหน่ายในสังคมออนไลน์นั้น กกต.กำลังตรวจสอบเอกชนที่ประมูลการผลิตหีบบัตรเลือกตั้งว่า ได้ละเมิดสัญญากับกกต.ในเรื่องนี้หรือไม่ หรืออาจมีบางฝ่ายลักลอกผลิตเเละออกเเบบหีบบัตรเลือกตั้งขึ้นเองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกกต. โดยได้ตรวจสอบกับผู้ค้าออนไลน์ในเรื่องนี้เเล้วเช่นกัน
ส่วนเบาะเเสการทุจริตที่เกิดขึ้นนั้น กกต. ไม่ได้นิ่งนอนใจ เเละได้ประสานไปยังสำนักงานตำรวจเเห่งชาติให้ช่วยตรวจสอบเบาะเเส จับกุมกรณีการซื้อสิทธิขายเสียงทั่วประเทศไว้ก่อนการเลือกตั้งเเล้วเเละกำลังสืบสวนทางลับหลายเขต ดังนั้นข้อร้องเรียนข้อสังเกตต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 8 ก.พ.จนถึงปัจจุบันนั้น กกต.เเละสำนักงานตำรวจเเห่งชาติเร่งรัดการตรวจสอบข้อมูลทุจริตต่างๆเเละจะเเจ้งต่อสังคมโดยเร็วที่สุดเมื่อได้ข้อยุติ”เเหล่งข่าวกล่าวเเละว่าส่วนการดำเนินคดีผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เช่น จ.ชลบุรี เขต1 , จ.ปทุมธานี เขต7นั้น กกต.จังหวัดต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ไม่เช่นนั้นกกต.จังหวัดจะต้องรับผิดทางกฎหมายเสียเอง
เเหล่งข่าวกล่าวว่า ข้อวิจารณ์การใช้งบประมาณจัดการเลือกตั้งเมื่อเทียบกับผลของการบริหารจัดการเลือกตั้งครั้งนี้นั้น ขอเรียนว่าการจัดการเลือกตั้ง-ประชามติครั้งนี้นั้น มติครม.วันที่ 23 ธ.ค. 2568 ได้อนุมัติในหลักการให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 8,978,267,690 บาท ประกอบด้วย
1. ค่าใช้จ่ายที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการเอง จำนวน 7,276,423,790 บาท
2. ค่าใช้จ่ายของหน่วยงานสนับสนุนที่ร่วมดำเนินการ จำนวน 1,701,843,900 บาท
เเหล่งข่าวชี้แจงต่อว่า จำนวนบุคลากรของสำนักงานกกต. ที่ปฏิบัติงานอยู่ ณ ปัจจุบันรวมผู้บริหารและพนักงาน มีจำนวนทั้งสิ้น 2,196 คน ส่วนหน่วยงานสนับสนุนการเลือกตั้งใน 400 เขต เเละกระจายไปใน 99,480 หน่วยเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 มีผู้ปฏิบัติหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.)หน่วยละ 15 คน แบ่งเป็น
1.ประธานกรรมการประจำหน่วย 1 คน
2.กรรมการประจำหน่วย สส. และ ออกเสียงประชามติ รวมหน่วยละ 12 คน
3.เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน่วยละ 2 คน
รวม กปน. ทั้งหมด 1,492,200 คน
ดังน้้นปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น การทุจริตของ กปน. ที่เกิดขึ้นบางหน่วยนั้น ตรงนี้ได้กำชับการสอบสวนข้อเท็จจริง ขยายผลก่อนที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ส่วนสิ่งที่ผิดพลาดในการทำหน้าที่ของกปน.บางหน่วย กกต.ยอมรับกำลังสอบสวนข้อเท็จจริงเเละอาจมีการลงโทษตามกฎหมาย ปรับปรุงการทำหน้าที่ของบุคลากรกกต. และกปน.ให้ดีขึ้น
ปัญหาระบบรายงานผลการเลือกตั้งจากหน่วยเลือกตั้งกกต.จังหวัดเเบบออนไลน์นั้น รายงานดังกล่าวเป็นรายงานขั้นต้นเเละกกต.ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนที่จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง/คะเเนนของผู้สมัครสส.เเละพรรคอย่างเป็นทางการภายในหกสิบวัน กกต.ยอมรับข้อบกพร่องนี้เเละจะนำไปปรับปรุง เพราะ กกต. จังหวัดเเละกปน.บางหน่วยกรอกคะเเนนคลาดเคลื่อนอาจมาจากการเหนื่อยล้าในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะ กกต.จังหวัด เเละ กปน. ต้องเริ่มทำงานตั้งเเต่เช้ามืดวันที่ 8 ก.พ. เพื่อไปรับบัตรเลือกตั้งก่อนไปหน่วยเลือกตั้งเเละปฏิบัติหน้าที่จนการนับคะเเนน การรายงานผลการเลือกตั้ง การจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งไปยังสถานที่ที่กำหนดเสร็จสิ้น บางหน่วยกปน.เสร็จภารกิจในเวลา 03.00 น.วันที่ 9 ก.พ.
นอกจากนี้ แหล่งข่าวได้ฝากเตือนถึงการแพร่กระจายข่าวปลอมหรือ "เฟคนิวส์" ที่สร้างความเข้าใจผิด เช่น ข้อกล่าวหาเรื่องบัตรเขย่ง หรือการระบุว่า QR Code บนบัตรเลือกตั้งสามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง การกระทำในลักษณะบิดเบือนหรือยั่วยุอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหลายมาตรา จึงขอให้ทุกฝ่ายรอฟังการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ และให้เวลา กกต. ปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมายเพื่อความถูกต้องและชัดเจนของผลคะแนนใน 400 เขตเลือกตั้งต่อไป
"อย่าลืมว่า กฎหมายให้เวลาหกสิบวันในการรับรองการเลือกตั้ง ดังนั้นควรให้เวลากกต.ปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย เเละกฎหมายเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายใล้สิทธิตรวจสอบการทำงานของกกต.ไว้เเล้ว หากมองว่ากกต.ปฏิบัติหน้าที่ผิดกฎหมาย" แหล่งข่าวกล่าว



