
กกต. แถลงยุติเรื่อง "ชลบุรี เขต 1" ไม่นับคะแนนใหม่ ชี้ไร้หลักฐานทุจริต
กกต. สั่งยุติเรื่องเขต 1 ชลบุรี หลังสอบพบพยานหลักฐานไม่เพียงพอ แจงละเอียดปมหีบเปิดอ้า เพราะอยู่ระหว่างขนย้าย ส่วนสายรัดที่เห็นคือของเก่าที่ถูกตัดออก
12 ก.พ. 2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงข่าวการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ชี้แจงกรณีจังหวัดชลบุรี การขอให้นับคะแนนใหม่ว่า เกิดขึ้นหลังจากที่เสร็จสิ้นการนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งแล้ว มีมวลชนบางส่วนเข้ามาสังเกตการณ์ในสถานที่ที่ยุบรวมหีบบัตร ซึ่งเป็นบริเวณโรงยิมของเขตเลือกตั้งที่ 1 คณะกรรมการประจำหน่วยจะส่งรายงานผลการนับคะแนนพร้อมหีบบัตรเลือกตั้ง นำมาส่ง ณ สถานที่ที่คณะกรรมการเลือกตั้งประจำเขตกำหนด เมื่อตรวจรับทุกเขตครบถ้วนแล้ว คณะกรรมการประจำเขตก็จะต้องยุบรวมหีบบัตร
ซึ่งจะมีขั้นตอนการตัดสายรัด นำเอกสาร นำถุงบรรจุบัตรที่ผ่านการนับคะแนนแล้ว มารวมกันให้ได้มากที่สุดในแต่ละหีบ เพื่อให้เหลือจำนวนหีบที่น้อยที่สุด รวมถึงมีการคัดแยกเอกสารต่างๆ เพื่อจะรวบรวมทุกอย่างไปส่งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เพราะฉะนั้นอาจจะเกิดความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้นได้ เพราะมวลชนได้ไป ณ บริเวณสถานที่ที่ยุบรวมหีบบัตร และมีการเสนอสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ เพราะฉะนั้นในกรณีนี้เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปตามกระบวนการอย่างถูกต้อง และเป็นธรรมกันทุกฝ่าย คณะกรรมการจึงมอบหมายให้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไปสืบสวนไต่สวน ข้อเท็จจริงก่อน ว่าในกระบวนการมีการทักท้วงคัดค้านอย่างไร เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อจะดูว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ก่อนที่จะมีการสั่งให้นับคะแนนใหม่หรือไม่
ด้าน นายครรชิต กล่าวว่า จากการที่ได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบข้อเท็จจริงในจังหวัดชลบุรีที่ได้มีการร้องขอให้มีการนับคะแนนใหม่ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 จังหวัดชลบุรี พบว่า มีผู้ยื่นคำร้องเพียง 10 คน 3 ประเด็น คือ 1.ไฟดับใน พื้นที่เลือกตั้ง 2. ผู้มาแสดงตนกับบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกัน 3. การนับคะแนนอ่านบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้อง ผู้ยื่นคำร้อง 10 คนมาให้ถ้อยคำแค่ 6 คน ซึ่งทั้งหมดนี้มาให้ค่อยถ้อยคำว่าไม่ได้พบเห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง พร้อมชี้แจง
ประเด็นที่ 1 ที่มีไฟฟ้าดับในหน่วยเลือกตั้ง โดยมีการอ้างคลิปที่ไฟดับ แล้วมีพัดลมหมุน ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดที่จังหวัดชลบุรี แต่เกิดขึ้นที่จังหวัดนนทบุรี แล้วได้สอบถามไปถึงการไฟฟ้าว่าในเขตเลือกตั้งที่ 1 มีไฟดับหรือไม่ ยืนยันว่ามีไฟฟ้าดับจำนวน 4 หน่วย หน่วยที่ 36 37 38 39 ตำบลแสนสุข ดับ 40 นาที หน่วยที่ 37 38 39 ได้นับคะแนนเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงไม่ได้รับผลกระทบ มีเพียงแค่หน่วยที่ 36 หน่วยเดียว พี่ยังนับคะแนนไม่เสร็จ และกรรมการประจำหน่วยหยุดนับคะแนนรอไฟฟ้ากลับมา เพื่อนนับคะแนนใหม่และเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีผู้ทักท้วง ส่วนประเด็นที่
ประเด็นที่ 2 กรณีผู้มาแสดงตนและบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกัน คนยื่นคำร้องไม่ได้ระบุว่าหน่วยไหน เพียงแต่บอกว่ามีหน่วยที่ 11-15 กรรมการรวบรวมผลคะแนนล่าช้า ใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง ซึ่งเราได้ลงพื้นที่สอบสวนตั้งแต่หน่วย 11 ถึงหน่วย 15 พบว่า ใช้เวลาใกล้เคียงกันไม่มีอะไรผิดปกติ และออกจากหน่วยประมาณ 1-2 ทุ่ม ไปถึงที่ส่งหีบบัตรเสร็จประมาณเที่ยงคืน
ประเด็นที่ 3 คือ การอ่านบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้อง ผู้ยื่นคำร้องไม่ได้ระบุว่าจุดไหน ซื้อจากการตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 160 กว่าหน่วย ไม่มีการทักท้วงการนับคะแนน เพราะฉะนั้นการันตีได้ว่าการนับคะแนนถูกต้องแล้ว นอกจากนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งยังให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปตรวจสอบเพิ่มเติม กรณีที่หีบบัตรเลือกตั้งทำไมถึงไม่ใช้สายรัด และยังมีบัญชีคะแนนไปอยู่ในถังขยะ จากการตรวจสอบเดิมจะต้องส่งหีบบัตรเลือกตั้งที่ศาลาประชาคม แต่เนื่องจากศาลาประชาคมที่เคยใช้พื้นที่แคบ ไม่สะดวก
ทางผอ. เขตจึงไปขอใช้โรงยิมของเทศบาล เพื่อทำการยุบรวมอีกบัตร เจตนาเพื่ออำนวยความสะดวกก่อนที่จะขนไปที่ ศาลาประชาคม เพื่อดำเนินการจัดการให้เรียบร้อยก่อนที่จะส่งไปโกดัง ที่สำนักงานกกตจังหวัดชลบุรีเช่าอยู่ ซึ่งทุกเขตจะไปรวมกันที่นั่น แต่ในระหว่างยุบรวมหีบบัตร และกำลังขนย้ายไปศาลาประชาคม โดยดำเนินการไปแล้ว 90% อีก 10% ยังมีกองเอกสารกองอยู่กับพื้นที่โรงยิม ซึ่งโรงยิมกับศาลาประชาคมห่างกันแค่ 500 เมตร แต่ระหว่างที่กำลังจะขนย้ายมีกลุ่มมวลชน เข้าไปสอบถามว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ถูกต้องหรือไม่ และมีมวลชนไปค่อนข้างเยอะไม่สามารถเคลื่อนรถออกมาได้ รวมถึงเข้าไปด้านในของโรงยิม จึงพบกับกองเอกสารที่ยังจัดเก็บไม่เรียบร้อยอีก10% ซึ่งกลุ่มมวลชนได้อ้างว่าเป็นเอกสารที่เก็บมาจากถังขยะแต่ในโรงยิมไม่มีถังขยะ อีกแต่กองเอกสารที่เตรียม จัดการ 10% เท่านั้น เอกสารเหล่านี้ยังไม่ได้ทิ้ง
ส่วนกรณีที่มีข้อสงสัยว่าทำไมถึงไม่ใช้สายรัด จากโรงยิมไปถึงศาลาประชาคม 500 เมตร เหตุที่ทำกล่องหีบบัตรเลือกตั้งไม่เรียบร้อย เพราะ ผอ.เขต ขอใช้สถานที่แห่งนี้ถึงวันที่ 9 ก.พ. ซึ่งวันที่ 10 ก.พ. จะมีการใช้งานในโรงยิมแห่งนี้ จึงจะต้องเคลียร์ทุกอย่างออกไปก่อน เพื่อจะไปใช้ สายรัดศาลาประชาคม ซึ่งสายรัดที่ปรากฏตามคลิป ที่บอกว่าสายรัดมีตั้งเยอะแยะทำไมไม่ใช้ จริงๆแล้วสายรัดเหล่านี้มาจากหน่วยเลือกตั้ง เมื่อแต่ละหน่วยบรรจุหีบบัตรเสร็จเรียบร้อยแล้ว รัดสายรัดมาส่งที่นี่ เพื่อยุบรวมหีบบัตร ซึ่งผู้ที่ยุบรวมหีบบัตรก็ต้องตัดสายรัดออก แล้วใส่ถุงรวมไว้ตรงนี้ ซึ่งสายรัดดังกล่าวมีการใช้งานไปแล้ว ส่วนที่บอกว่ายังเหลืออีก 3-4 อันทำไมไม่ใช้เป็นสายรัดที่เหลือมาจากหน่วย ซึ่งสายรัดมีเจตนาที่จะใช้ที่ศาลาประชาคมฉะนั้นที่โรงยิมจะไม่มีสายรัด
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดจึงสรุปได้ว่า ยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรีเขตเลือกตั้งที่ 1 ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตและที่ทำหรือการนับคะแนนเป็นไปอย่างไม่ถูกต้อง จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ และเห็นควรให้ยุติเรื่อง
ส่วนแบบขีดคะแนนสส. 5/11 ที่มีข้อสงสัยว่าทำไมถึงถ่ายรูปได้นั้น นายครรชิต ชี้แจงว่า เมื่อกรรมการประจำหน่วยดำเนินการเสร็จ จะมีการบรรจุในหีบหน่วยเลือกตั้ง ประกอบด้วยบัตรดี บัตรเสีย บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน ซึ่งเป็นเอกสารถุงชั้นใน ส่วนเอกสารถุงชั้นนอก จะมีแบบ เอกสาร 5/11 นี้ด้วย ก่อนที่จะบรรจุลงในหีบบัตร ซึ่งในกรณีที่มีการถ่ายรูปออกมาได้นั้น จากการตรวจสอบพบว่าไม่ได้เก็บลงไปในถุงชั้นนอก เมื่อรัดถุงเสร็จก็เอาแปะไว้ข้างบนก่อนปิดหีบบัตรเลือกตั้ง ทำให้เมื่อเปิดหีบบัตรเลือกตั้งออกแบบคิดคะแนนใบนี้ ที่ไม่ได้อยู่ในถุงสามารถหยิบง่าย
นายณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นทาง กกต. ก็นัดประชุมทันทีไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่บางเรื่องเราต้องมีข้อมูลเพียงพอ ในการวินิจฉัย จึงแต่งตั้งคณะทำงานให้ไปสอบข้อเท็จจริง โดยใช้เวลา 2 วัน ซึ่งจากสำนวนมีการสอบข้อเท็จจริงมาทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายผู้ร้อง ฝ่ายปฏิบัติหรือฝ่ายที่เห็นเหตุการณ์ ก็มาชั่งน้ำหนักดูว่าน้ำหนักไปทางไหน เราชั่งน้ำหนักเหมือนกับการเขียนคำพิพากษา ดูความเชื่อมโยงของพยาน
ประเด็นที่รองเลขาธิการแถลง มี 3 ประเด็นตามคำร้อง แต่กกต.ก็ได้ มอบหมายให้ไปหาข้อเท็จจริงอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ในการนับคะแนน มีความสุจริตมีความเที่ยงธรรมหรือไม่ ซึ่งจากข้อเท็จจริงที่ได้มีการรายงานมา กกต.ทุกคนได้ประชุมกันวันนี้เกือบ 4-5 ชั่วโมง ได้ดูในรายละเอียดของประเด็นต่างๆ ซึ่ง ยืนยันได้ว่ากกต.ไม่เอาเกียรติยศชื่อเสียงของเราไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้ และ เราก็ไม่จำเป็นต้องทำฉะนั้น ยืนยันได้ว่า เมื่อตรวจสอบตามคำร้องแล้ว ยังตรวจสอบเรื่องความชอบในการนับคะแนนด้วย ในการรวมผลคะแนนด้วย เฉพาะเรื่องนี้เรื่องอื่นก็ว่ากันไป
พร้อมยืนยันว่า เรื่องร้องเรียนต่างๆ ประเด็นต่างๆที่เป็นข่าวเราก็ชี้แจงไปแล้วทุกประเด็น ซึ่งเรากังวลว่าจะถูกมองว่าจะไม่ตรวจสอบ และมีความชัดเจน ว่าเราตรวจสอบทุกมิติดูอย่างละเอียด เพราะเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ
ส่วนกรณีที่กกต.มีการฟ้อง กลุ่มบุคคลที่บุกรุกเข้าไปเปิดหีบบัตรเลือกตั้งที่ชลบุรีแล้วอาจจะถูกดำเนินคดีกลับว่าแจ้งความเท็จนั้น นายณรงค์กล่าวว่า ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ก็ดำเนินการไปตามขั้นตอนได้เลยไม่เป็นไร



