
เอกนิติ” ยืนยันภูมิใจไทย ไม่ทำประชานิยม สร้างหนี้ให้ลูกหลาน
เอกนิติ” ยืนยันภูมิใจไทย ไม่ทำประชานิยม สร้างหนี้ให้ลูกหลาน ยกผลงาน 4 เดือน พาประเทศขึ้นจากหล่ม ลั่นไม่ก่อหนี้เพิ่มแม้แต่บาทเดียว !
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ขึ้นปราศรัยใหญ่ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้เล่าถึงการทิ้งชีวิตจากการที่เหลืออีก 6 ปี โอกาสที่จะเป็น ปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งตนได้คุยกับคุณแม่ว่าตนเป็นห่วงประเทศจึงตัดสินใจทิ้งทุกอย่าง สิ่งที่ที่ตนห่วงที่สุดคือห่วง คือ ประเทศจะเจอวิกฤตอีกครั้งหนึ่ง เพราะเคยเห็นวิกฤตต้มยำกุ้งปี 40 จะปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้กับประเทศไทยอีกไม่ได้ หลายคนออกมาพูดแต่ไม่ออกมาทำจนจึงขออาสามาทำ เพราะถ้ามีแต่คนพูดไม่มีคนทำประเทศไทยจะเจอ วิกฤต แน่ๆ
โดยทันทีที่รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สิ่งที่ตนทำเป็นอย่างแรกคือ "การคืนหนี้" จนทำให้บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก จัดอันดับความน่าเชื่อถือของไทยว่า “มีเสถียรภาพ” เป็นสิ่งที่ตนไม่เสียดายที่ลาออกจากราชการพาประเทศไทยรอดพ้นจากวิกฤต
นายเอกนิติ เปรียบเทียบกับประเทศไทยเป็นรถยนต์ที่กำลังจะติดหล่ม นายอนุทินทำโครงการคนละครึ่งพลัส และโครงการอื่นๆ พลิกวิกฤติเศรษฐกิจจาก 0.3% สู่ 1.8% ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่นๆ ที่สร้างเม็ดเงินหมุนเวียน โดยไม่ก่อหนี้เพิ่มสักบาทเดียว เป็นเงินที่อนุมัติไว้แล้วแค่นำมาใช้ให้ตรงเป้าและทำทุกอย่างด้วยวินัยการเงินการคลัง
“ผมขอยืนยันด้วยฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทยจะไม่ทำนโยบายประชานิยม หากทำเมื่อไหร่มันคือการก่อหนี้ให้ลูกหลาน ดังนั้นขอทุกคนช่วยไปบอกทุกพรรคการเมืองว่า อย่าทำเลยประชานิยม”
นายเอกนิติ เปรียบเทียบว่าคนไทยเหมือนนอนป่วยอยู่ในซียู แต่ “หมอเอก” เป็นคนผ่าออกมาจากห้องไอซียู สิ่งนี้ตนจึงอาสาที่จะทำต่อ พาเศรษฐกิจไทยหลุดจากหล่มพร้อมเติบโตไปสู่เวทีโลก
ในช่วงท้าย นายนิติกล่าวว่า วันนี้รถไฟขบวนสุดท้ายกำลังมา ซึ่งตนมองว่าครั้งนี้อาจจะเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายของคนใดก็ได้ หากลุกขึ้นมาทำให้คนไทยเป็นคนแข็งแกร่งของเอเชียที่ยืนได้ด้วยขาของตัวเอง เราอาจจะตกหล่น จึงขอโอกาสให้ตนได้มาทำต่อ และตนถูกตั้งคำถามบ่อยมากว่าทำไมถึงมาอยู่พรรคภูมิใจไทย เพราะพรรคภูมิใจไทยให้โอกาสตนเยอะมากในการที่ได้ทำงานเพื่อประชาชนคนไทยและประเทศไทย พร้อมยอมรับว่าคนพูดเก่ง แต่คนทำได้และทำเป็นตั้งใจจริงเพื่อประเทศ มีอยู่น้อย ตนจึงขออาสาเป็นคนๆนั้น “ขอยืนยันด้วยเกียรติของเอกนิติ”



