
เดือด! "กรณ์" ตอบปมดับไฟชายแดนใต้ ซัด "พิพัฒน์" ไม่รับผิดชอบวาทกรรม "รักชาติ"
"กรณ์" ตอบคำถาม "พิพัฒน์" ดับไฟชายแดนใต้ ปลดล็อก 4 อำเภอหาดใหญ่พ้นสีแดง ฟาด!พิพัฒน์ ไม่รับผิดชอบวาทกรรมรักชาติ ทำสังคมสับสน-แตกแยก
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ตอบคำถามของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคใต้ ที่ได้ตั้งคำถามว่า ในฐานะที่เป็นนักวิชาการ นักบริหารและรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลัง ในอุดมการณ์การแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ควรจะใช้แนวทางใดให้เกิดความสงบ บนเวทีแสดงวิสัยทัศน์บนเวทีแสดงวิสัยทัศน์ NATION ELECTION 2569: จุดเปลี่ยนประเทศไทย (ภูมิภาค) ที่จังหวัดสงขลา
ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด ซึ่งในอดีตพรรคภูมิใจไทย ก็เคยร่วมรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ซึ่งน่าจะทราบดี และในปัจจุบัน มี 2 มิติสำคัญ ได้แก้ มิติแรกในการพูดคุย เพื่อนำไปสู่สันติสุข โดยเป็นการพูดคุย 2 ฝ่ายที่มีความไว้วางใจในการพูดคุยกัน เพื่อให้บรรลุผล และมิติที่ 2 ในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสให้ประชาชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต้องทำอย่างละเอียดอ่อน โดยจะต้องรักษาอัตลักษณ์ และมีการพัฒนาเศรษฐกิจที่สอดคล้องโครงสร้างเศรษฐกิจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และสภาพปัญหาพื้นที่ พร้อมหามาตรการและนโยบายที่ยอมรับต่อความเปราะบางของ 3 จังหวัด
สำหรับวิธีการนั้น นายกรณ์ ได้เล่าย้อนไปสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2553 ว่า พรรคฯ ได้ฟื้นฟู ศอ.บต.หลังจากถูกยุบไปก่อนที่พรรคฯ จะเข้ามาเป็นรัฐบาล และในปัจจุบันมีการใช้ ศอ.บต.ในการแก้ปัญหาน้อยมาก สิ่งที่ควรดำเนินการทันที จะต้องยกระดับ ศอ.บต.ให้มีคณะกรรมการเปลี่ยนผ่านสู่ความสงบ โดยมีเป้าหมายสำคัญ ปลดล็อก 4 อำเภอให้ออกจากพื้นที่สีแดง และควรจะต้องมีลักษณะคล้ายสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ที่ดูแล 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เฉพาะเจาะจงต่อ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะแนวทางการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม โดยรายงานต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง
นายกรณ์ ยังขอใช้สิทธิพาดพิงต่อการตอบคำถามของนายพิพิฒน์ต่อวาทกรรม ''รักชาติ'' ในฐานะที่ตนก็ออกมาตอบโต้เรื่องดังกล่าวว่า วาทกรรมการแบ่งคนรักชาติ หรือไม่รักชาติ ไม่ควรเกิดขึ้นในช่วงการเลือกตั้ง ซึ่งนายพิพัฒน์ ได้ออกมาพูดไปแล้ว แต่ไม่รับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง และกลับมาบอกว่า ไม่ได้เจาะจงจะว่าใคร ซึ่งยิ่งแย่ใหญ่ และจะพูดทำไม หรืพูดขึ้นมาเพื่อให้สังคมสับสนเกิดความแตกแยก โดยอ้างว่า ไม่ได้มีใครในใจ และถ้าไม่มีใครในใจ ซึ่งหากไม่มีใครในใจ ควรบอกเลยหรือไม่ว่า สุดท้ายแล้วเห็นว่า ทุกพรรครักชาติกันหมด ซึ่งนายพิพัฒน์ ยืนยันว่า ตนเองไม่สามารถใช้คำนั้นได้ เพราะบางพรรคก็รักชาติ ก็ไม่ได้รักชาติอย่างจริงจัง



