
ศาล รธน. สั่งไม่รับวินิจฉัยคำร้องสอย "อนุทิน-ณัฐพงษ์" ปมบันทึกข้อตกลง MOA
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์สั่งไม่รับคำร้องของ "พ.อ.รัฐเขต" กรณีขอให้วินิจฉัยปม "อนุทิน-ณัฐพงษ์" เซ็น MOA ชี้ชัดผู้ร้องไม่ใช่ผู้ถูกละเมิดสิทธิโดยตรง
4 ก.พ. 2569 กรณีพันเอก รัฐเขต แจ้งจำรัส (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตา รัฐธรรมนูญมาตรา ๒๑๓ (เรื่องพิจารณาที่ ต. ๗/๒๕๖๙) ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๘ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ผู้ถูกร้อง) และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร่วมกันจัดทำบันทึกข้อตกลง หรือ MOA (Memorandum of Agreement) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๔ มาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๖๔ และมาตรา ๑๘๕ เป็นการประพฤติมิชอบและฝ่าฝืนหรือไม่ ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุใหเสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผูเถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ และไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗
ผลการพจิารณา ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ อันเนื่องมาจากการกระทำของผู้ถูกร้อง ข้อกล่าวอ้างของผู้ร้องเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นในฐานะประชาชนเกี่ยวกับปัญหาของบันทึกข้อตกลงดังกล่าวเท่านั้น กรณีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๖ วรรคหนึ่ง ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่น คำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓
ส่วนกรณีที่ผู้ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำของผู้ถูกร้องเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงนั้นเห็นว่า เป็นกรณีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดกระบวน การร้องหรือผู้มีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้วตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๗ (๒) ซึ่งมาตรา ๔๖ วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่ง ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย



