
ศาลปกครอง ชี้ขาด กกต. ทำถูกแล้ว ปมลงทะเบียนประชามตินอกเขต
ศาลปกครอง ชี้ขาด กกต.ทำถูกแล้ว หลัง "อาจารย์ มธ." ยื่นฟ้อง ปมเปิดลงทะเบียนประชามตินอกเขตกระชั้น-เว็บล่ม ทำ ปชช. เสียสิทธิ กว่า 8 แสนคน
3 ก.พ. 2569 ที่ ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลปกครองกลางนัดฟังคำพิพากษา คดีที่ดร.อุษณีย์ ปฐพีศรีกิจ เลิศรัตนานนท์ อาจารย์จาก ม.ธรรมศาสตร์ ยื่นฟ้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับพวกรวม 2 คน กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โดยยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2569 หลังประชาชนกว่า 8 แสนคน ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต แต่ไม่สามารถลงทะเบียนประชามตินอกเขตได้ทัน เพราะ กกต. กำหนดเวลากระชั้นและเกิดเหตุระบบล่ม ซึ่งผู้ร้องเป็นหนึ่งในจำนวน 8 แสนคน ที่ไม่สามารถลงทะเบียนประชามตินอกเขตได้ทัน จึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้ กกต. เปิดให้ลงทะเบียนประชามตินอกเขตเพิ่มเติม
วันนี้ ดร.อุษณีย์ ได้ให้นายธนู รุ่งเรืองโรจน์ฉาย เป็นผู้รับมอบอำนาจเข้าฟังคำพิพากษาแทน
ภายหลังศาลปกครองพิพากษายกฟ้องเนื่องจากเห็นว่า ทางกกต. ปฏิบัติ ชอบด้วยระเบียบระเบียบข้อ 105 และนอกจาการลงทะเบียนทางออนไลน์แล้ว ยังมีช่องทางอื่นให้ใช้สิทธิ์รวม 3 ช่องทาง พิพากษายกฟ้อง
นายธนู ให้สัมภาษณ์ว่า ตนฟ้องกกต.ในประเด็นที่การลงทะเบียนประชามตินอกเขต ทางกกต.ให้เวลาลงทะเบียนเพียงแค่ 3 วัน เป็นระยะเวลาที่สั้นจนทำให้มีประชาชนจำนวนมากลงทะเบียนไม่ทัน มีคนที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตสำเร็จ แต่ลงทะเบียนประชามตินอกเขตไม่สำเร็จ ถึง 800,000 คน
ในส่วนนี้ทางกกต.โดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ออกมาชี้แจงว่า อย่าไปคิดแทนประชาชน เพราะในจำนวนนั้นอาจจะอยากไปลงประชามติตามภูมิลำเนาของตนเอง แต่ตนมองว่ามันไม่สมเหตุสมผล เพราะถ้าจะไปออกเสียงที่ภูมิลำเนาประชาชนคงเดินทางไปเลือกตั้งตรงนั้นเลย ไม่น่าจะต้องการลงทะเบียนประชามตินอกเขต
"เราฟ้องเพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้กกต. เปิดลงทะเบียนเพิ่ม เพราะมองว่าการทำประชามตินอกเขตไม่ได้ยุ่งยากเหมือนการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต เนื่องจากบัตรประชามติเรากาที่ไหน นับที่นั่นได้เลย ทางเราคาดหวังว่าศาลจะให้กกต.เปิดลงทะเบียนเพิ่มขึ้น จะได้ลงในจุดที่ประชาชนสามารถทำได้ทันวันที่ 8 กุมภาพันธ์" นายธนู กล่าว
แต่วันนี้ศาลพิพากษายกฟ้อง โดยมีเหตุผลหลัก ๆ อยู่ 2 เรื่อง ได้แก่ 1 ในการที่กกต.ให้การต่อสู้คดีทางนั้นสู้ว่าเขาจำเป็นต้องกำหนดให้การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต กับการลงทะเบียนประชามตินอกเขตเป็นห้วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นตามข้อที่ 105 ของระเบียบกกต. เกี่ยวกับการเลือกตั้งและลงประชามติในวันเดียวกัน ประเด็นนี้ ข้อ 105 เป็นสิ่งที่กกต. เขียนและกำหนดขึ้นเอง ไม่ได้มีกฎหมายพระราชบัญญัติหรือรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดว่าต้องเป็นห้วงเวลาเดียวกัน ศาลเห็นว่ากกต.ทำถูกแล้ว เพราะเป็นการทำตามระเบียบ
นายธนู กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่ 2 ศาลมองว่ากกต. เปิดให้ลงทะเบียนถึง 3 ช่องทางคือทางสำนักงานเขต ไปรษณีย์ และช่องทางออนไลน์ ศาลจึงมองว่าการที่จะลงผ่านออนไลน์อย่างเดียว ไม่ยอมขวนขวายที่จะลงช่องทางอื่น เป็นปัญหาที่เกิดจากตัวประชาชนเอง ศาลจึงยกฟ้อง
คดีนี้เชิงกฎหมายมองว่าถ้ายื่นอุทธรณ์ก็มีโอกาสที่จะชนะได้ แต่ประเด็นอยู่ที่ระยะเวลากระชั้นชิด เราฟ้องคดีนี้เพื่อเยียวยาความเสียหายให้กับประชาชนที่ลงทะเบียนไม่ทัน
นอกจากคดีนี้ยังมีคดีที่ 93/2569 ซึ่งเป็นอีกคดีที่ตนยื่นฟ้องกกต.เรื่องการจัดหน่วยออกเสียงเลือกตั้งประชามติวันเดียวกันวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งตนยื่นฟ้องตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนระเบียบของกกต. ในส่วนการจัดแผนผัง
โดยที่เราขอฟ้องเเบบเร่งด่วนขอคุ้มครองฉุกเฉินไป แต่ปัจจุบันยังไม่มีหมายใด ๆ จากศาล ก็ต้องรอลุ้นว่าผลจะทันก่อนวันเลือกตั้งหรือไม่
เมื่อถามว่ายืนยันว่าจะไม่ยื่นอุทธรณ์ใช่หรือไม่ นายธนู กล่าวว่า ระยะเวลาเป็นไปไม่ได้ที่ผลอุทธรณ์จะมาทันก่อนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ แต่ตนขอไปปรึกษากับทีมนักกฎหมายอาสาก่อน ว่าแต่ละคนมีความคิดเห็นอย่างไร



