
"กัญจนา" หัวหน้าชาติไทยพัฒนา พร้อมเปิดใจ "ท็อป-วราวุธ" ซบภูมิใจไทยเพราะสิ่งนี้?
ปรับทัพครั้งใหญ่ ที่ประชุมมติเลือก “กัญจนา ศิลปอาชา” กลับมานั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค พร้อมเล่าสาเหตุทำไม "ท็อป-วราวุธ" ซบภูมิใจไทย ยังพรรคยังอยู่ไม่หายไปไหน
30 ม.ค. 2569 ที่ประชุมใหญ่พรรคชาติไทยพัฒนา ที่ จ.สุพรรณบุรี มติเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จำนวน 9 คน ประกอบด้วย น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา เป็นหัวหน้าพรรค นายเอกสิษฐ์ อัครศักดิ์กีรติ รองหัวหน้าพรรค นายอุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา เลขาธิการพรรค นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง รองเลขาธิการพรรค นางพวงรัตน์ ชัยบุตร เหรัญญิกพรรค นายพิสิษฐ์ พิทยฐากุลเจริญ นายทะเบียนสมาชิกพรรค และกรรมการบริหารอื่นของพรรค จำนวน 3 คน ได้แก่ นายสุรชัย ทิณเกิด นายอภิวัชร บัวพันธ์ และนายบุญส่ง รัตนพร
น.ส.กัญจนา ขอบคุณที่สมาชิกพรรคฯ ที่มีมติเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เพื่อลบครหาที่ว่า พรรคชาติไทยพัฒนา จะไม่มีอยู่แล้ว หลังนายวราวุธ ศิลปอาชา ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคฯ ไปอยู่พรรคภูมิใจไทย พร้อมกับอดีต สส.ของพรรค และสมาชิกพรรคจำนวนหนึ่ง จนมีการสร้างวาทกรรมว่า นายวราวุธ ทิ้งพรรคที่พ่อสร้างมา
สาเหตุ "ท็อป-วราวุธ" ไปพรรคภูมิใจไทย
หลัง ๆ พรรคชาติไทยพัฒนา ในยุคที่นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ยังอยู่หลัง ๆ ก็มีขนาดเล็กลงอย่างมาก ในการเลือกตั้งปี 2554 ได้ สส.แบบแบ่งเขต 15 คน และสส.แบบบัญชีรายชื่อ 4 คน รวม 19 คน กลายเป็นพรรคขนาดเล็กไปแล้ว ซึ่งการทำงานการเมืองถ้าจะให้มีประสิทธิภาพ พรรคขนาดเล็กทำงานได้ยากมาก บางคนบอกว่า พรรคขนาดเล็กเลือกไปก็ไม่มีประโยชน์ ทำอะไรไม่ได้ ไปเลือกพรรคใหญ่ดีกว่า
แม้การเลือกตั้งช่วงที่นายบรรหารยังมีชีวิตอยู่ พรรคฯ ก็ไม่ได้พรรคปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 ในสุพรรณบุรี ทั้งที่ตลอดชีวิตนายบรรหารทำให้สุพรรณบุรีมาก แต่กลับไม่ได้ที่ 1 กลายเป็นพรรคอื่นที่ไม่ได้ทำอะไรให้สุพรรณบุรีเลย โดยเฉพาะการเลือกตั้งปี 66 พรรคฯ ไม่ได้แม้แต่ที่ 2 แต่เป็นที่ 3 ด้วย ซึ่งอันดับ 1 คือ พรรคประชาชน และอันดับ 2 คือ พรรคเพื่อไทย ซึ่งบางทีตนก็นึกว่าทำไมเป็นอย่างนี้ ทั้งที่ทุ่มเทให้สุพรรณบุรีมาก จนนายวราวุธ เกือบสอบตก ได้เป็น สส.ปัดเศษ เป็นผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรค ได้คะแนนประมาณแสนกว่า ๆ เกือบสอบตก
หาก "ท็อป-วราวุธ" ยังอยู่พรรคชาติไทยพัฒนา สอบตกแน่นอน
ในการเลือกตั้ง 8 ก.พ. ถ้านายวราวุธไม่ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย จะสอบตกแน่นอน ซึ่งนายวราวุธและอดีต สส.ของพรรค ต้องการทำงานให้คนสุพรรณบุรี และจังหวัดอื่น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำต้องย้ายบ้านไปอยู่บ้านใหญ่ขึ้น เพื่อให้ได้โอกาสใช้ประชาชน ซึ่งการไปอยู่กับพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะมีหลากหลายกระทรวงที่ทำงานร่วมกัน จะมีศักยภาพในการประสานกับกระทรวงต่างๆ ภายใต้พรรคใหญ่ การทำงานจะเชื่อมประสานกันง่ายขึ้น
"หนูนา-กัญจนา" ยังอยู่เฝ้าพรราติไทยพัฒนา
น.ส.กัญจนา ย้ำไม่ต้องห่วงพรรคชาติไทยพัฒนาที่ตนจะยังเฝ้าบ้าน ไม่ว่าจะสวมเสื้อสีอะไร ไม่ว่านายวราวุธ หรือทุกคนที่ไปอยู่พรรคใหม่ ไม่ว่าสวมสีอะไร ชื่อพรรคอะไร แต่จิตวิญญาณของนายบรรหาร เลือดของนายบรรหารยังอยู่เต็มตัวของนายวราวุธ เจตนารมณ์ที่สืบทอดกันมาไม่ได้เปลี่ยนไปตามสีเสื้อ แต่ยังอยู่เต็มตัว เลือดนายบรรหารไม่ได้เสื่อมไปไหน แต่อยู่ในตัวตนและนายวราวุธตลอดชีวิต สามารถประสานกับนายวราวุธขอความช่วยเหลือได้



