
เปิดผลสำรวจ "นิด้าโพล" และ "สวนดุสิตโพล" ก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569
เปิดผลสำรวจ "นิด้าโพล" และ "สวนดุสิตโพล" ก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 ประชาชนอยากให้ใครเป็น "นายกรัฐมนตรี" พรรคไหน ที่ประชาชนมีแนวโน้ม ในการเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ
30 ม.ค.69 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “ยกสอง กระแสเลือกตั้ง 69” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23-27 มกราคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,500 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับกระแสการเลือกตั้ง ปี 2569 การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า
- อันดับ 1 ร้อยละ 29.08 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน)
- อันดับ 2 ร้อยละ 22.24 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)
- อันดับ 3 ร้อยละ 12.52 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)
- อันดับ 4 ร้อยละ 12.12 ระบุว่าเป็น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย)
- อันดับ 5 ร้อยละ 9.36 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
- อันดับ 6 ร้อยละ 3.76 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ)
- อันดับ 7 ร้อยละ 1.92 ระบุว่าเป็นนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ)
- อันดับ 8 ร้อยละ 1.68 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)
- อันดับ 9 ร้อยละ 1.24 ระบุว่าเป็น นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล (พรรคประชาชน)
ร้อยละ 5.80 ระบุอื่น ๆ ได้แก่
- นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย)
- ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม)
- พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย)
- นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคทางเลือกใหม่)
- นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร (พรรคประชาชน)
- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (พรรคเพื่อไทย)
- ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่)
- ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก (พรรครักชาติ)
- พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
- นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคประชาธิปัตย์)
- นายจตุพร บุรุษพัฒน์ (พรรคโอกาสใหม่)
- นางศุภจี สุธรรมพันธุ์
- นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี)
- นายวสวรรธน์ พวงพรศรี (พรรคไทรวมพลัง)
- หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี (พรรคพลังประชารัฐ)
- ดร.การดี เลียวไพโรจน์ (พรรคประชาธิปัตย์)
- คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช (พรรคไทยก้าวใหม่)
- นางสาวตรีนุช เทียนทอง (พรรคพลังประชารัฐ)
- พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ)
- นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (พรรคภูมิใจไทย)
- นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล (พรรคปวงชนไทย)
- นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี (พรรครวมไทยสร้างชาติ)
- นายภราดร ปริศนานันทกุล (พรรคภูมิใจไทย)
- นายพงศา ชูแนม (พรรคกรีน)
- นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์)
ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote) และร้อยละ 0.28 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
สำหรับพรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มในการเลือก สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า
- อันดับ 1 ร้อยละ 33.56 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน
- อันดับ 2 ร้อยละ 22.76 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
- อันดับ 3 ร้อยละ 16.92 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
- อันดับ 4 ร้อยละ 12.76 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
- อันดับ 5 ร้อยละ 3.44 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ
- อันดับ 6 ร้อยละ 2.92 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ
- อันดับ 7 ร้อยละ 1.84 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
- อันดับ 8 ร้อยละ 1.40 ระบุว่าเป็น พรรคกล้าธรรม
- อันดับ 9 ร้อยละ 1.08 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย
ร้อยละ 3.28 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคโอกาสใหม่ พรรคไทรวมพลัง พรรคไทยภักดี พรรคประชาชาติ พรรครักชาติ พรรคปวงชนไทย พรรคกรีน พรรคใหม่ ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote) และร้อยละ 0.04 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มในการเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า
- อันดับ 1 ร้อยละ 34.20 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน
- อันดับ 2 ร้อยละ 22.60 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
- อันดับ 3 ร้อยละ 16.20 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
- อันดับ 4 ร้อยละ 13.20 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
- อันดับ 5 ร้อยละ 3.40 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ
- อันดับ 6 ร้อยละ 2.60 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ
- อันดับ 7 ร้อยละ 2.20 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
- อันดับ 8 ร้อยละ 1.20 ระบุว่าเป็น พรรคกล้าธรรม
- อันดับ 9 ร้อยละ 1.12 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย
ร้อยละ 3.20 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทรวมพลัง พรรครักชาติ พรรคโอกาสใหม่ พรรคไทยภักดี พรรคประชาชาติ พรรคกรีน พรรคใหม่ ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote) และร้อยละ 0.08 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.52 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 18.68 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.80 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.28 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.84 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.88 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก โดยตัวอย่าง ร้อยละ 47.96
เป็นเพศชาย และร้อยละ 52.04 เป็นเพศหญิง
ตัวอย่าง ร้อยละ 12.16 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.80 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 17.96 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.36
อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 25.72 อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตัวอย่าง ร้อยละ 96.72 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 2.72 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.56 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่น ๆ
ตัวอย่าง ร้อยละ 37.64 สถานภาพโสด ร้อยละ 60.52 สมรส และร้อยละ 1.84 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่โดยตัวอย่าง ร้อยละ 0.32 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 17.92 จบการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 35.60 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 10.48 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 30.64 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 5.04 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี
ตัวอย่าง ร้อยละ 9.76 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 17.80 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.68 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 11.48 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.40 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 17.20 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 6.68 เป็นนักเรียน/นักศึกษา
ตัวอย่าง ร้อยละ 19.60 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 3.72 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 15.32 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 33.96 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 10.68 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 4.88 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 2.20 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001-50,000 บาท ร้อยละ 1.32 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,001-60,000 บาท ร้อยละ 0.40 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 60,001-70,000 บาท ร้อยละ 0.16 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 70,001-80,000 บาท ร้อยละ 0.44 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 80,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 7.32 ไม่ระบุรายได้
สวนดุสิตโพล
30 ม.ค.69. “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569” ระหว่างวันที่ 16-28 มกราคม 2569 พบว่า พรรคการเมืองแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ที่กลุ่มตัวอย่างจะเลือก คือ
- พรรคประชาชน 35.99%
- เพื่อไทย 22.13%
- ภูมิใจไทย 18.92%
ด้าน สส. เขต จะเลือกสังกัด
- พรรคประชาชน 33.46%
- ภูมิใจไทย 21.52%
- เพื่อไทย 20.60%
และอยากให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ปชน.) เป็นนายกรัฐมนตรี 35.07% รองลงมาคือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พท.) 21.53% และนายอนุทิน ชาญวีรกูล (ภท.) 16.11%
นักวิเคราะห์โพลสวนดุสิต เปรย ผลโพลเป็นความคิดเห็นปชช.ขณะนั้นผลลัพธ์แท้จริงขึ้นอยู่กับปชช.ออกมาใช้สิทธิ์
"สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง "ก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569" กลุ่มตัวอย่างจำนวน 26,621 คน (สํารวจทางภาคสนาม 100%) ระหว่างวันที่ 16-28 มกราคม 2569 พบว่าพรรคการเมืองแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ติลิสต์) ที่กลุ่มตัวอย่างจะเลือก คือ พรรคประชาชน ร้อยละ 35.99 รองลงมาคือ เพื่อไทย
ร้อยละ 22.13 ภูมิใจไทย ร้อยละ 18.92 ด้าน สส. เขต จะเลือกสังกัดพรรคประชาชน ร้อยละ 33.46 รองลงมาคือ ภูมิไจไทยร้อยละ 21.52 เพื่อไทย ร้อยละ 20.60 และอยากให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ปชน.) เป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 35.07รองลงมาคือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พท.) ร้อยละ 21.53 และนายอนุทิน ชาญวีรกูล (ภท.) ร้อยละ 16.11
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งสะท้อนว่าพรรคประชาชนยังคงนำในช่วงเวลาที่ทำการสำรวจ
อย่างไรก็ตาม ผลโพลเป็นความคิดเห็นของประชาชน ณ ขณะนั้น ผลลัพธ์ที่แท้จริงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจออกมาใช้สิทธิของประชาชนใบวันเลือกตั้ง หากประชาชนต้องการให้ผลเป็นอย่างไร ก็จำเป็นต้องออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุดตามกระบวนการประชาธิบไตย เพราะคำตอบสุดท้ายไม่ได้อยู่ที่ผลโพล แต่อยู่ที่คูหาเลือกตั้งของประชาชนทุกคนมาใช้สิทธิ์
ผศ.กัญญกานต์ เสถียรสคนธ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในห้าข้อ "ก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569" พบว่า พรรคประชาชนและคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้รับการสนับสนุนเป็นอันอันดับหนึ่งในทุกประเด็น ซึ่งมีความต่อเนื่องและสอดคล้องกับผลสำรวจ
หัวข้อ "คนไทยกับการทำประชามติและการเลือกตั้ง 2569" ก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจดังกล่าวเป็นเพียงภาพสะท้อนกระแสนิยมของประชาชนในช่วงเวลาหนึ่ง และเป็นการบ่งชี้ "อุณหภูมิทางการเมือง" เพียงเท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติการเมือง
ในระบบรัฐสภาไทยยังถูกกำหนดด้วยกติกาเชิงสถาบัน การรวมเสียงในสภา และพลวัตของการต่อรองทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลให้เจตจำนงของประชาชนไม่อาจแปรเป็นป็นอำนาจรัฐโดยตรงเสมอไป ดังนั้น คะแนนนนิยมกับความจริงในการจัดตั้งรัฐบาล
จึงอาจไม่สอดคล้องกัน ซึ่งถือเป็นลักษณะเฉพาะของประชาธิปโดยไทยร่วมสมัย ด้วยเหตุนี้ สังคมและผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำเป็นต้องเตรียมความเข้าใจและยอมรับผลลัพธ์ที่อาจแตกต่างจากความคาดหวัง โดยมองการเมืองในฐานะกระบวนการมากกว่าผลลัพธ์
สุดท้าย เพื่อเสริมสร้างวุฒิภาวะทางการเมืองและความเข้าใจในบริบทของประชาธิปไตยแบบรัฐสภาอย่างยั่งยืน



