
แฉคนบางพรรคกำลังจะถูกหมายจับ "ธรรมนัส" ซัด! ไม่ใช่เทา แต่ดำปี๋
“ธรรมนัส” ปราศรัยมุกดาหารเดือด! แฉคนบางพรรคกำลังจะถูกหมายจับ ซัดบางพรรคไม่ใช่เทาแต่ดำปี๋ เย้ยส้มรู้ยังมีทหารทำไม - เตือน ปชช. อย่าหลงนโยบายขายฝัน
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคกล้าธรรม เปิดปราศรัยช่วยผู้สมัคร สส.มุกดาหารของพรรคฯ หาเสียง โดยระบุว่า เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้นและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลแล้ว ผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงช่วงหาเสียงที่ลงพื้นที่พบปะจับมือ หรือเมื่อได้รับตำแหน่งแล้วห่างเหิน โดยย้ำว่า สส.ต้องทำงานในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ รับฟังปัญหา ลงไปดูข้อเท็จจริง และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เพราะตำแหน่งทางการเมืองคือความรับผิดชอบ ไม่ใช่เพียงเกียรติยศ แต่ต้องเป็นขี้ข้าประชาชน
ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึพรรคการเมืองบางพรรคว่า พยายามทำตัวเป็นผ้าขาวบริสุทธิ์ กล่าวหาคนนั้นคนนี่เทา พอพูดไปพูดมาเข้าตัวเองหมด ซึ่งนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ปราศรัยที่จังหวัดลำปาง บอกแล้วว่า พรรคบางพรรคไม่ใช่เทา แต่ดำปิ๊ดปี๋ บางพรรคยังไม่ทันเลือกตั้งบอกไม่เอาพรรคกล้าธรรม แต่ตอนนี้คนในพรรคตัวเองกำลังจะถูกหมายจับ อันนี้ดำของจริง พร้อมยังเตือนว่า เวลาจะพูดอะไร ขอให้พูดบนพื้นฐานความเป็นจริง อย่าโกหกพี่น้องประชาชน เพราะคนไทยไม่ได้โง่ คิดจะปฏิรูปบ้านเมือง ต้องดูโครงสร้างบ้านก่อนว่าประเทศไทยทั้ง 77 จังหวัด ตั้งแต่ยุคสยามอยู่ได้เพราะอะไร บางพรรคบอกมีทหารไว้ทำอะไร วันนี้เขาโป้ง ๆ กัน คุณรู้รึยังว่า ทหารมีไว้ทำไม บางคนไปถึงพะเยา แต่อยากจะบอกว่า ผมไม่ให้เครดิตคุณ
ร.อ.ธรรมนัส ยังขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อพวกนโยบายที่ดูดีแต่ทำไม่ได้จริง สุดท้ายก็ ขายฝันหลอกลวงประชาชน พร้อมขอพรรคกล้าธรรม ปักธงที่จังหวัดมุกดาหาร ขอให้ประชาชนจังหวัดมุกดาหารให้โอกาสผู้สมัครของพรรคทั้ง 2 เขต เข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเป็นกระบอกเสียงสะท้อนปัญหาของพื้นที่
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อถึงสภาพปัญหาของประชาชนในหลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนและชนบทที่ยังเผชิญปัญหารายได้ไม่เพียงพอ ต้นทุนการผลิตสูง หนี้สินครัวเรือน และข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งทุน พร้อมระบุว่า รัฐบาลครั้งที่แล้วมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีถึง 3 คนทำให้นโยบายการบริหารราชการไม่ต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนฐานราก โดยเฉพาะเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพหลักของประเทศ จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ
“พรรคกล้าธรรมจะดูแลทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยต้นน้ำต้องลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม กลางน้ำต้องส่งเสริมการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าสินค้า และปลายน้ำต้องมีตลาดรองรับที่ชัดเจน ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยยกระดับคุณภาพสินค้า เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง ไม่ต้องเผชิญปัญหาราคาตกต่ำซ้ำซาก”
ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า วันนี้ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ชัดเจน ทำให้ไม่สามารถนำที่ดินไปใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ พรรคจึงได้ผลักดันการจัดการที่ดินอย่างเป็นระบบมาอย่างต่อเนื่อง ให้ประชาชนมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว เราจะยกระดับสิทธิในที่ดินของเกษตรกร ที่ผ่านมาได้ผลักดันการเปลี่ยนเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร และขั้นต่อไปจะเดินหน้าเปลี่ยนจากโฉนดเพื่อการเกษตรให้เป็น “โฉนดที่ดินครุฑแดง เพื่อเพิ่มความมั่นคงในสิทธิการถือครองของพี่น้องเกษตรกร



