
"หมอสุภัทร" ระบุ ยังมีคุณสมบัติครบถ้วน เดินหน้าหาเสียงเต็มที่
"หมอสุภัทร" แฉพิรุธมติ กพ.ให้ออกจากราชการ ปมจัดซื้อ ATK ระบุ ยังมีคุณสมบัติครบถ้วน เดินหน้าหาเสียงเต็มที่
26 ม.ค. 2569 นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 หาดใหญ่ พรรคประชาชน เปิดใจอัปเดตสถานการณ์ล่าสุด ภายหลังมีกระแสข่าวว่า ถูกกระทรวงสาธารณสุขมีมติปลดออกจากราชการ ว่า มติดังกล่าวเป็นการลงมติของคณะกรรมการ อกพ. กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเฉียดฉิว 4 ต่อ 3 ให้ปลดออกจากราชการ
สืบเนื่องจากการสอบสวนทางวินัยกรณีจัดซื้อชุดตรวจ ATK ในช่วงวิกฤตโควิด-19 เมื่อปี 2564 ซึ่งเป็นปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุงเทพฯ ที่ตนเป็นผู้ประสานนำทีมแพทย์จากกว่า 50–60 โรงพยาบาล ออกตรวจเชิงรุก 3 ระลอก รวมกว่า 2 แสนคน พบผู้ติดเชื้อกว่า 2 หมื่นราย ซึ่งหากไม่ตรวจพบ คาดว่าอาจมีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 500 คน
นพ.สุภัทร ยังระบุว่า ภารกิจดังกล่าว โรงพยาบาลต่าง ๆ ร่วมกันจัดซื้อ ATK รวมประมาณ 2 แสนชุด โดยโรงพยาบาลจะนะ จัดซื้อราว 4 หมื่นชุด ในราคาชุดละ 230 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาที่ สปสช. กำหนดไว้ที่ 450 บาท และต่ำกว่าราคากลางของกระทรวงสาธารณสุข ในช่วงใกล้เคียงที่ 350 บาท อีกทั้งเป็น ATK เกรดการแพทย์ มาตรฐาน WHO แต่ภายหลังกลับถูกกล่าวหาว่าจัดซื้อผิดระเบียบ แบ่งซื้อแบ่งจ้าง และซื้อแพง ซึ่งตนได้ชี้แจงเป็นเอกสารครบถ้วนแล้วทุกประเด็น
อย่างไรก็ตาม นพ.สุภัทร ตั้งข้อสังเกตว่า ตลอดกระบวนการสอบสวนตนไม่เคยถูกเรียกเข้าไปชี้แจงด้วยวาจา ต่อคณะกรรมการสอบสวนแม้แต่ครั้งเดียว ได้เพียงส่งเอกสารชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร และรอการเรียกชี้แจงซึ่งไม่เคยเกิดขึ้น
นอกจากนี้ นพ.สุภัทร ได้ย้อนเหตุการณ์ว่า หลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ในปี 2566 ตนและเครือข่ายแพทย์ชนบทได้ออกมาคัดค้านนโยบายกัญชาเสรีอย่างชัดเจน ก่อนจะถูกคำสั่งย้ายจากโรงพยาบาลจะนะไปโรงพยาบาลสะบ้าย้อย และมีการรื้อเอกสารย้อนหลัง จนนำไปสู่การตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยหลายสิบเรื่อง โดยประเด็น ATK เป็นเรื่องหลักที่ถูกนำมาพิจารณาในครั้งนี้
สำหรับมติ 4 ต่อ 3 นั้น นพ.สุภัทร ระบุว่า เดิมเสียงลงมติเป็น 3 ต่อ 3 โดยฝ่ายข้าราชการประจำ ได้แก่ ปลัดกระทรวงและอธิบดี มีมติให้ปลด ขณะที่ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจาก กพ. และผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารและกำลังคน ซึ่งไม่ได้อยู่ใต้บังคับบัญชาทางการเมือง มีมติไม่เห็นด้วย ก่อนที่รัฐมนตรีจะลงความเห็นชี้ขาด ทำให้คะแนนเปลี่ยนเป็น 4 ต่อ 3
อย่างไรก็ตาม ผู้แทน กพ. ในที่ประชุมเห็นว่ากระบวนการอาจไม่เป็นธรรม จึงเสนอให้ยุติการพิจารณา และส่งเรื่องทั้งหมดให้คณะกรรมการ กพ. ชุดใหญ่พิจารณาชี้ขาดแทน ส่งผลให้ที่ประชุม อกพ. วันดังกล่าว "ยังไม่มีมติทางกฎหมายเกิดขึ้น" และตนยังไม่ถูกปลดออกจากราชการแต่อย่างใด
นพ.สุภัทร ย้ำว่า ตนยังคงเดินหน้าหาเสียงอย่างเต็มที่ พร้อมระบุว่ากระแสตอบรับจากประชาชนทั้งในพื้นที่และทางออนไลน์ดีเกินคาด มีเสียงให้กำลังใจหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความรู้สึกของสังคมต่อความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันจะสู้ในสนามการเมืองด้วยความโปร่งใส และเชื่อมั่นว่าพลังของประชาชน จะเป็นตัวตัดสินในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้



