ข่าว

"แบงค์ ศุภณัฐ"  ประณามอิตาเลียนไทย ประมาทโศกนาฏกรรมซ้ำซาก พร้อมฟาดรัฐบาลอนุทิน

"แบงค์ ศุภณัฐ" ประณามอิตาเลียนไทย ประมาทโศกนาฏกรรมซ้ำซาก พร้อมฟาดรัฐบาลอนุทิน

14 ม.ค. 2569

"แบงค์ ศุภณัฐ" ฟาดแรง อิตาเลียนไทยประมาทซ้ำซาก จี้ขอขมาเหยื่อ อัดรัฐบาลอนุทินเพิกเฉย-ไม่กล้าตัดสิทธิบริษัทสะเพร่า

เหตุการณ์เครนก่อสร้างที่ใช้ในการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับพังถล่มลงมาทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษ บริเวณพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

 

14 ม.ค. 2569 ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร สส. กรุงเทพฯ เขต 9 พรรคประชาชน ออกมาแสดงความเสียใจและประณาม บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ โดยระบุว่าเป็นความประมาทซ้ำซาก และเรียกร้องให้ผู้บริหารบริษัทออกมาขอขมาและรับผิดชอบต่อสังคมโดยด่วน

 

นอกจากนี้ ยังได้วิจารณ์ รัฐบาลนายกฯ อนุทิน อย่างรุนแรงที่เพิกเฉยไม่ยอมลงนามใน "ระเบียบลดชั้นผู้รับเหมา" ทั้งที่ร่างกฎหมายเสร็จสิ้นและมีการเรียกร้องมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ส่งผลให้เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง รัฐจึงไม่มีเครื่องมือทางกฎหมายในการ "ลดชั้น" หรือ "ตัดสิทธิประมูลงาน" กับบริษัทที่ละเลยมาตรฐานความปลอดภัย

 

 

 

 

ศุภณัฐ ในฐานะอดีต สส. ที่ผลักดันเรื่องการยกระดับฃมาตรฐานการก่อสร้าง และเป็นตัวแทนพรรคประชาชนในการอภิปรายปัญหานี้ ณ วันที่รัฐบาลนายกฯ อนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา รวมถึงเป็นผู้เสนอญัตติให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ 

 

ช่วงที่ตนทำหน้าที่รองประธานกรรมาธิการวิสามัญยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างฯ พวกเราได้ศึกษาและจัดทำข้อเสนอการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างและความปลอดภัยหลายเรื่อง โดยจะขอหยิบแค่บางข้อมาแจ้งให้ทราบ เช่น

 

 

1. ให้สภาวิศวกรทำงานเชิงรุก จัดทำระบบตรวจสอบการรับงานเกินตัวของวิศวกร การยัดชื่อแต่ไม่อยู่คุมงาน การขายลายเซ็น การปลอมลายเซ็น รวมถึงการทดสอบสมรรถณะและความรู้ก่อนจะต่ออายุใบอนุญาตวิชาชีพ 

 

2. ให้มีการจัดตั้งหน่วยงานอิสระ ที่มีอำนาจในการสุ่มตรวจสอบงานก่อสร้าง และสืบสวนกรณีอุบัติเหตุงานก่อสร้าง (accident investigation) หาสาเหตุเพื่อนำเสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมาย มาตรฐาน หลักเกณฑ์ต่างๆ และนโยบายต่อรัฐบาลได้ตลอด โดยไม่ต้องรอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเป็นรายอุบัติเหตุ เพราะไม่เช่นนั้นหากมีกรณีใดที่รัฐมนตรีไม่สนใจ หรือมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองให้เลี่ยงการตรวจสอบ ก็จะไม่มีการตั้งคณะกรรมการไปตรวจสอบ

 

3. การเพิ่มใบรับรองความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านของวิศวกร เช่น ด้านการออกแบบอาคารสูงต้านแผ่นดินไหวในเขตชั้นดินอ่อน ด้านการออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างโครงสร้างนั่งร้านชั่วคราว ด้านการรองรับการเทคอนกรีต ด้านการควบคุมการทำงานของโครงเหล็กเลื่อน (Launching Gantry: LG) และออกกฎหมายให้ครอบคลุมการทำงานของโครงเหล็กเลื่อน เพราะอุบัติเหตุหลายครั้งเกิดขึ้นเกิดจากการใช้โครงเหล็กเลื่อน

 

4. รัฐควรกำหนดงบประมาณค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการก่อสร้างที่มีความซับซ้อนสูง โครงการก่อสร้างใจกลางเมืองที่มีการจราจรคับคั่ง มีพื้นที่ปฎิบัติงานน้อย มีเวลาการทำงานสั้น หรือบังคับทำในเวลากลางคืน ว่าต้องมีการจัดสรรงบแปรผันตามที่เหมาะสมกับรูปแบบการทำงาน มีการแยกเฉพาะหมวดปริมาณงานด้านการจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัย และค่าใช้จ่ายในการคำนวณแบบระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง

 

5. การจัดทำระบบติดตามการก่อสร้าง (construction site monitoring system) โดยกำหนดให้มีการติดกล้องวงจรปิด เก็บข้อมูลคนเข้าออกไซต์ก่อสร้าง ติดตั้งเซ็นเซอร์เสียง ฝุ่น แรงสั่นสะเทือน พร้อมจัดทำแดชบอร์ดและเปิดเผยข้อมูลแบบเรียลไทม์ 

 

6. การจัดทำแผนที่ระบุที่ตั้งและข้อมูล “โครงการที่กำลังก่อสร้าง” โดยเปิดเป็นฐานข้อมูลออนไลน์ให้ประชาชนทราบว่ามีโครงการอยู่ที่ตำแหน่งใดบ้าง พร้อมรายละเอียดโครงการ แบบก่อสร้าง ผู้ว่าจ้าง ผู้รับเหมา ผู้ควบคุมงาน รายชื่อผู้เกี่ยวข้อง ตำแหน่งหน้าที่ ความคืบหน้าโครงการ รายการแก้ไขแบบ บันทึกประจำวัน ประวัติการเข้าออกไซต์งาน และรายละเอียดกรมธรรม์อุบัติเหตุก่อสร้าง โดยที่ประชาชนไม่ต้องไปค้นหาข้อมูลเองแบบปัจจุบัน

 

7. รัฐควรเร่งกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับผู้รับเหมาที่ทำผิดซ้ำซากหรือประมาท เช่น เพิกถอนการขึ้นทะเบียน ตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมประมูลงานในโครงการต่อไปโดยเร่งด่วน

 

 

ศุภณัฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า มาตรการเหล่านี้ถูกศึกษาไว้ครบถ้วนแล้วในรายงานของกรรมาธิการฯ แต่กลับต้องสะดุดลงเพราะการยุบสภา ทำให้ข้อเสนอเพื่อความปลอดภัยของประชาชนยังไม่ได้รับการปฏิบัติจริงจากรัฐบาล