
ประเดิมใต้ ลั่นไม่กลัวบ้านใหญ่ มั่นใจคนใต้ต้องการเปลี่ยน
"ดร.เอ้" บุกสุราษฎร์ฯ ชูนโยบายเพื่อคนใต้ รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสิงคโปร์ ดัน “ภูเก็ต” ขึ้นแท่นอาเซียนฮับ เรียนฟรี ป.เอก แก้ไฟใต้ด้วยการศึกษา
12 ม.ค. 2569 ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ (หมายเลข 49) ได้ประเดิมลงพื้นที่หาเสียงภาคใต้เป็นครั้งแรก ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเริ่มจากการสักการะศาลหลักเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครของพรรคทั้ง 5 เขตเลือกตั้ง
ดร.เอ้ ชูจุดแข็งในฐานะที่เป็นลูกหลานคนใต้โดยกำเนิด เพราะบ้านของคุณแม่อยู่ที่อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา มีความผูกพันกับพื้นที่มาตั้งแต่เด็ก การเลือกจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นพื้นที่เปิดเวทีหาเสียงแรก เพราะพรรคส่งผู้สมัครถึง 5 เขต ซึ่งทุกคนมีความรู้ความสามารถ พร้อมเข้ามาแก้ปัญหาให้ประเทศ
โดย ดร.เอ้ ระบุว่า ใช้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมนำเสนอนโยบายเมกะโปรเจกต์ ทั้งการเร่งรัดรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อมาเลเซียและสิงคโปร์ รวมถึงการสร้างเส้นทางรถไฟสายอันดามันเชื่อม ระนอง พังงา ภูเก็ต ไปจนถึงสตูล เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว พรรคจึงเสนอเปิดเส้นทางจากจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต เชื่อมต่อไปยังจังหวัดตรัง สตูล และประเทศมาเลเซีย เพื่อส่งเสริมการค้า และการท่องเที่ยว ดึงเม็ดเงินเข้าสู่พื้นที่ พร้อมทั้งเสนอให้ภูเก็ตเป็นเขตปกครองพิเศษในฐานะ "อาเซียนฮับ" และสนับสนุนการปกครองรูปแบบพิเศษคล้ายกับกรุงเทพมหานคร
นอกจากด้านโครงสร้างพื้นฐาน พรรคไทยก้าวใหม่ ยังมุ่งเน้นการแก้ปัญหาปากท้องและสังคม จัดตั้ง "ล้งกลาง" เพื่อสกัดกั้นการผูกขาดจากต่างชาติและเพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกร การทวงคืนพื้นที่ทำกินในจังหวัดสุราษฎร์ธานีกว่า 1 แสนไร่ รวมถึงนโยบายการศึกษาที่ใจถึงด้วยการให้เรียนฟรีจนถึงระดับปริญญาเอกและปลดหนี้ กยศ.
สำหรับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ดร.เอ้ ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น พร้อมย้ำว่าการแก้ปัญหาต้องไม่ใช้แค่การทหาร หรือการเมือง ยืนยันจะใช้หลักการ "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" ตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยเน้นการพัฒนาการศึกษาที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมพื้นที่ และเรียนฟรีทั้งในและนอกพื้นที่
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกระแสการเมืองในภาคใต้ และความกังวลเรื่องบ้านใหญ่ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ กล่าวว่า ผลการเลือกตั้ง อบต. ที่สุราษฎร์ธานีที่ผ่านมา เป็นสัญญาณชัดว่าประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลง พร้อมขอโอกาสให้ “ลูกคนใต้” ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อพาประเทศก้าวใหม่ โดยยืนยันว่าไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังทางการเมือง และต้องการทำงานอย่างจริงใจ
ดร.เอ้ เชื่อมั่นว่าเสียงตอบรับจากประชาชนในพื้นที่เป็นสัญญาณของการต้องการความเปลี่ยนแปลง โดยไม่หวั่นเกรงอิทธิพลทางการเมืองแบบเดิมหรือกลุ่มบ้านใหญ่ แต่ยอมรับว่ายังต้องทำงานหนัก เพราะพรรคไทยก้าวใหม่เป็นพรรคการเมืองใหม่ ที่ประชาชนอาจรู้จักตัวบุคคลมากกว่าพรรค ซึ่งยืนยันความตั้งใจจริงที่จะเป็น "ลูกคนใต้" ที่อาสาเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่ก้าวใหม่ โดยเตรียมจะจัดเวทีปราศรัยใหญ่ตามวัฒนธรรมการเมืองภาคใต้ และตนเองก็ชื่นชอบเวทีปราศรัยภาคใต้เป็นอย่างมาก
ก่อนจะปิดท้ายภารกิจด้วยการขึ้นรถแห่รอบเมืองและเปิดปราศรัยย่อยครั้งแรกที่ตลาดสี่แยกบ้านนาเดิม



