ข่าว

อนุทิน เล่าอดีต "เรียนไม่เก่ง-เป็นเด็กโข่ง" สู่เก้าอี้นายกฯ

อนุทิน เล่าอดีต "เรียนไม่เก่ง-เป็นเด็กโข่ง" สู่เก้าอี้นายกฯ

08 ม.ค. 2569

อนุทิน เปิดใจกลางทำเนียบ ยอมรับสมัยเด็กเรียนไม่เก่ง-ไม่เคยฝันไกลถึงเก้าอี้นายกฯ ชี้ชีวิตเยาวชนคือช่วงเวลาทอง "ลองผิดลองถูก" หนุนเด็กไทยกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง

8 ม.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวให้โอวาทแก่คณะเด็กและเยาวชนดีเด่น ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยเริ่มต้นด้วยการแสดงความยินดีและต้อนรับลูกหลานทุกคนเข้าสู่สถานที่ทำงานของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ได้ต้อนรับผู้คนจำนวนมากเช่นนี้ พร้อมสนับสนุนให้เยาวชนซึมซับบรรยากาศเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการตั้งเป้าหมายชีวิต โดยเชื่อมั่นว่าในอนาคตหนึ่งในเยาวชนเหล่านี้จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำและบริหารประเทศให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป

 

"ในวันหนึ่ง ลุงเชื่อเหลือเกินว่า หนึ่งในพวกเราจะต้องมานั่งทำงานในสถานที่แห่งนี้ และบริหารประเทศ ให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง และอีกหลายคนก็มาเป็นผู้บริหารประเทศ เป็นรัฐมนตรี เป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และบุคคลที่จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ" นายอนุทิน กล่าว

อนุทิน เล่าอดีต "เรียนไม่เก่ง-เป็นเด็กโข่ง" สู่เก้าอี้นายกฯ

 

ในการนี้ นายกรัฐมนตรี ชี้ให้เห็นว่าวัยเยาวชนเป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดสำหรับการเรียนรู้และทดลองสิ่งใหม่ๆ ขอให้ลูกหลานมีความกล้าหาญ กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง กล้าทำในสิ่งใหม่ๆ สิ่งที่เรามีความเป็นเลิศอยู่แล้วก็ให้ศึกษาเพิ่มเติม แบ่งปันประสบการณ์ความรู้ความคิดกับเพื่อนฝูง เราจะเดินไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคงและยิ่งใหญ่ ทีมไทยแลนด์ไม่มีวันตาย ขอให้เชื่อมั่นในคำว่าทีมไทยแลนด์ และสร้างให้เกิดความเข้มแข็ง ที่จะยืนอยู่ในเวทีโลกได้อย่างสง่างาม ในอนาคตอันใกล้

 

ลุงและป้าที่อยู่ที่นี่ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากฝากอนาคตและฝากชีวิตบั้นปลายไว้กับลูกหลานทุกคน นอกจากนี้เราต้องไม่จำกัดตัวเอง ไม่ภาคภูมิใจในความสำเร็จที่ผ่านไป เราต้องตั้งเป้าที่สูงกว่าเสมอ ต้องใช้ความพยายาม เพื่อขยายความชำนาญไปยังสาขาอื่นๆ หรือลองหัดพูดภาษาต่างประเทศเยอะๆ ทั้งนี้เขาบอกว่าคนที่หัวดีแต่ไม่ค่อยท่องหนังสือ เชื่อถือว่าคนเกิดมาสมองเท่ากัน ถ้าเรามีความเพียรพยายามตั้งใจ เราต้องมีความรู้ติดตัวไปประกอบอาชีพได้แน่นอน 

อนุทิน เล่าอดีต "เรียนไม่เก่ง-เป็นเด็กโข่ง" สู่เก้าอี้นายกฯ

 

สำหรับตนตอนเด็กๆ เขาบอกให้เล่นดนตรีก็เล่น ซึ่งไม่คิดว่าในวันหนึ่งจะเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อ 20-30 ปีก่อนถึงวันเด็ก ก็ไปเที่ยวที่กองทัพอากาศ ไปดูเครื่องบิน แต่ไม่เคยมาที่ทำเนียบรัฐบาล เพราะเรียนไม่เก่ง  ทั้งนี้ตนจะเปิดห้องทำงานของนายกรัฐมนตรี ให้เด็กๆ มาลองนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี และตึกไทยคู่ฟ้าก็มีอายุหลาย 100 ปีแล้ว ส่วนคำขวัญวันเด็กปีนี้ รักชาติไทย ใส่ใจโลก เชื่อว่าเด็กทุกคนรักชาติอยู่แล้ว ส่วนใส่ใจโลกคือเราต้องทำเป็นตัวอย่างให้โลกดูน่าอยู่ขึ้น เพราะโลกใบนี้ก็จะเป็นบ้านของเราในอนาคต อย่าให้มีฝุ่นละอองมลพิษ และลองหัดใช้พลังงานสะอาดเพื่อให้ประเทศในอนาคตจะไม่ต้องเผชิญกับสิ่งที่เป็นมลภาวะอีกต่อไป เพื่อให้คนในประเทศมีสุขภาพที่แข็งแรง ทั้งนี้เยาวชนในสมัยของนางนฤมล เป็นรัฐมนตรีศึกษาธิการ ต้องตั้งเข็มว่าต้องพัฒนาเด็กให้แซงนานาประเทศ ให้ไปยืนอยู่ไปยืนแถวอยู่หน้า ความเกรงขาม และนานาประเทศต้องให้ความสำคัญ

 
นายอนุทิน เชื่อว่า ทุกคนในห้องนี้สามารถทำได้อย่างแน่นอน และขอให้วันเด็กที่จะถึงนี้เป็นเครื่องเตือนใจกับผู้ใหญ่ทุกคน ได้ตระหนักถึงหน้าที่ของเราที่มีต่อเด็ก ไม่ใช่แค่เด็กในความปกครองเท่านั้น เราต้องช่วยกันดูแลให้ความรักความเมตตาของเราและของผู้ปกครองพ่อแม่ ครอบคลุมเด็กทุกคนในสังคมไทย ให้มารับช่วงพัฒนาประเทศ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าและยั่งยืนต่อไปในอนาคต และขอให้ทุกคนมีความสุข
 

อนุทิน เล่าอดีต "เรียนไม่เก่ง-เป็นเด็กโข่ง" สู่เก้าอี้นายกฯ

อนุทิน เล่าอดีต "เรียนไม่เก่ง-เป็นเด็กโข่ง" สู่เก้าอี้นายกฯ