
BTS แจงดราม่าบัตร Rabbit ยันไม่ได้แบนคนพื้นที่ชายแดนใต้-กลุ่มเสี่ยง
บีทีเอส ย้ำ บัตร Rabbit ทุกใบต้อง KYC ตามระเบียบ ปปง. สกัดฟอกเงิน ปมดราม่าบล็อกบัตรกลุ่มเสี่ยง-นักการเมืองใต้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีดราม่า นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต ตั้งคำถามถึงการใช้บริการรถไฟฟ้า โดยบัตร Rabbit ไม่อนุญาตให้ “นักการเมืองจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส)” และ “ผู้มาจากประเทศที่ถูกระบุว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง” ได้แก่ เมียนมา เกาหลีเหนือ และอิหร่าน ห้ามใช้บัตร Rabbit ขึ้นรถไฟฟ้า จริงหรือไม่
เมื่อวานนี้ (3 ม.ค. 2569) บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ รถไฟฟ้าBTS ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้
รถไฟฟ้า BTS มีหน้าที่หลักในการให้บริการเดินรถไฟฟ้า และอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ผู้โดยสารทุกคนอย่างเท่าเทียม ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานสากล บริษัทฯ ไม่มีนโยบายเลือกปฏิบัติต่อบุคคล กลุ่มบุคคล หรือสถานะใด ๆ ทั้งสิ้น
สำหรับการดำเนินงานด้านบัตรโดยสาร Rabbit Card ซึ่งจัดอยู่ในประเภท ระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Money) บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหลักเกณฑ์การแสดงตนและการรู้จักลูกค้า (KYC : Know Your Customer) ตามที่กฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแลกำหนด
ผู้โดยสารที่ถือบัตร Rabbit Card จึงจำเป็นต้องดำเนินการยืนยันและอัปเดตข้อมูลการแสดงตน (KYC) ให้เป็นปัจจุบัน ตามขั้นตอนการระบุตัวตนและพิสูจน์ตัวตน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อความปลอดภัยของยอดเงินคงเหลือในบัตร และเพื่อให้สามารถใช้งานบัตรได้อย่างต่อเนื่อง
ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสามารถดำเนินการยืนยันและอัปเดตข้อมูลการแสดงตน (KYC) ได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารทุกสถานีรถไฟฟ้า BTS เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการให้บริการ
ทั้งนี้ สำหรับผู้โดยสารบางกลุ่ม ซึ่งเข้าข่ายตามหลักเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงที่กฎหมายกำหนด อาจมีความจำเป็นต้องดำเนินการยืนยันตัวตนเพิ่มเติม ณ Rabbit Service Center สถานีพญาไท เพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดอย่างครบถ้วน บริษัทฯ ขอแนะนำให้ผู้โดยสารดำเนินการอัปเดตข้อมูล KYC ในขณะที่บัตรยังมียอดเงินคงเหลือ เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และเพื่อป้องกันการถูกระงับการใช้งานบัตร
สำหรับลูกค้าใหม่ บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลการแสดงตนตั้งแต่ต้น ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยสามารถดำเนินการยืนยันตัวตนได้ตามช่องทางที่บริษัทฯ กำหนดเช่นเดียวกัน
บริษัทฯ ยืนยันว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย มิได้เป็นการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด และขอขอบคุณผู้โดยสารทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ เพื่อให้ระบบการให้บริการเป็นไปอย่างโปร่งใส ปลอดภัย และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย



