
"ไอซ์ รักชนก" เล่าชีวิตด้านมืด พ่อแม่ที่แท้จริง โตในชุมชนแออัด เป็นนักสู้มาทั้งชีวิต จนมีวันนี้
สุดทึ่ง! "ไอซ์ รักชนก" เล่าชีวิตด้านมืด พ่อแม่ที่แท้จริง เติบโตในชุมชนแออัด เจอสภาพแวดล้อมยาเสพติด - ท้องก่อนวัยอันควร ต่อสู้ ทำงาน - เรียน จนมีวันนี้
ทำเอาหลายคนทึ่ง สำหรับเรื่องราวชีวิตของ "ไอซ์ รักชนก" ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ที่ล่าสุดเจอมรสุมดราม่า โดนขุดประวัติในอดีตรุนแรง ลามไปถึงคุณพ่อคุณแม่
หากย้อนกลับไป "ไอซ์ รักชนก" เคยเล่าเรื่องราวชีวิตให้ฟัง ในรายการป๋าเต็ดทอล์ก ระบุว่า แม่ทำอาชีพนักร้อง พ่อที่เป็นนักเที่ยว เมื่อตั้งครรภ์คลอดออกมา พ่อแท้ๆ ทิ้งไป ส่วนแม่ก็นำตนมาฝากเลี้ยงไว้กับครอบครัวหนึ่งในชุมชนแออัดย่านนั้น เมื่อแม่ขาดส่งค่าเลี้ยงดู ครอบครัวอุปถัมภ์จึงประกาศหาคนรับเลี้ยงต่อ แม่บุญธรรมตัดสินใจรับเลี้ยงเธอเพราะถูกหวยจากเลขที่ไอซ์ใบ้ให้
บ้านหลังใหม่ของ "ไอซ์ รักชนก" ประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นลูกแท้ๆ 6 คน ชื่อขึ้นต้นด้วย อ. ทั้งหมด ได้แก่ โอ๋ เอ๋ เอ เอ้ อัด อ้อ เมื่อรวมกับไอซ์ จึงกลายเป็น 7 อ. พอดี ทว่าการเป็นสมาชิกคนสุดท้ายที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน ทำให้ไอซ์เติบโตมาพร้อมกับความรู้สึกแปลกแยก ครอบครัวพ่อแม่บุญธรรม มีเชื้อสายจีนผสมแขก ลูกชายหลานชายมักได้รับความสำคัญเป็นที่หนึ่ง
"ไอซ์ รักชนก" รู้สึกเหมือนตนเองเป็นเพียงเบ๊ในบ้าน เป็นเด็กที่ไม่มีใครจดจำวันเกิดได้ มีปีหนึ่งเธอแอบเห็นของขวัญเตรียมไว้และดีใจเก้อ คิดว่าเป็นของตน แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นของขวัญวันเกิดหลานชายอีกคน ความน้อยใจเหล่านี้สะสมกลายเป็นปมในใจที่เธอต้องกลืนน้ำตาเงียบๆ เพียงลำพัง
ตอนเด็กๆ จำไม่ได้เลยว่าเคยกอดใคร ไม่ว่าวันนั้นจะเจอเรื่องร้ายหรือสอบตก ก็ไม่มีอาหารอร่อยๆ หรืออ้อมกอดปลอบประโลมรออยู่ที่บ้าน วันพ่อวันแม่ที่โรงเรียนคือวันที่ทรมานที่สุด เพราะไม่มีทั้งพ่อและแม่ให้กราบไหว้ คำถามจากครูหรือราชการที่ว่า พ่อชื่ออะไร เป็นคำถามที่ตอบในใจเสมอว่า กูก็อยากรู้เหมือนกัน
"ไอซ์ รักชนก" เติบโตมาในชุมชนแออัดที่เต็มไปด้วยปัญหายาเสพติด ท้องก่อนวัยอันควร ความรุนแรง เธอเล่าถึงครอบครัวข้างบ้านที่อาศัยรวมกันอย่างแออัด รับจ้างเชิดสิงโตและเล่นกระตั้ว ที่ต้องผลิตลูกหลานออกมาเรื่อยๆ เพื่อใช้เด็กตัวเล็กๆ ขึ้นไปยืนบนยอดไม้ต่อตัว โดยไม่มีหลักประกันคุณภาพชีวิตหรือการศึกษา
"ไอซ์ รักชนก" ก็ต้องงัดทักษะการเอาตัวรอดมาใช้ตั้งแต่เด็ก ด้วยความที่ทางบ้านให้ค่าขนมน้อยมาก จึงต้องหารายได้เสริมด้วยวิธีของเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินไปขอขนมกินตามบ้านครู หรือการใช้ฝีมือเล่นพนันของเล่นกับเพื่อน ทั้งดีดลูกแก้ว ปาดินน้ำมัน และเล่นไพ่ยูกิ ฝึกฝนจนชำนาญเพื่อชนะ เพราะถ้าแพ้แปลว่าจะไม่มีของเล่น ต้องนั่งเหงาอยู่บ้าน
แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมเสี่ยง แต่ "ไอซ์ รักชนก" รอดพ้นจากภัยคุกคามทางเพศและยาเสพติดมาได้ เธอเปรียบตัวเองว่าเป็นคนที่ทอยเหรียญแล้วออกหัวเสมอ เพื่อนสนิทหลายคนต้องหลุดออกจากวงโคจรการศึกษา เพราะท้องหรือติดยา เหตุการณ์สะเทือนใจคือตอนที่เพื่อนของเธอถูกลุงในชุมชนล่อลวงไปกระทำมิดีมิร้าย แลกกับเศษเงินค่าขนม จนสุดท้ายเพื่อนคนนั้นตั้งท้อง และต้องออกจากโรงเรียน
"ไอซ์ รักชนก" เป็นเด็กเรียนดี ติด Top 5 ของชั้นเสมอ เธอเก่งคณิตศาสตร์ แต่กลับมีบาดแผลฝังลึกกับวิชาภาษาอังกฤษ สาเหตุเกิดจากครูเคยประจานและตีหน้าชั้นเรียน เพราะลืมทำข้อสอบไปบางหน้าโดยไม่ตั้งใจ ความอับอายครั้งนั้นทำให้เธอเกลียดภาษาอังกฤษ และส่งผลให้เธอพลาดหวังจากการสอบเข้าคณะแพทย์ในเวลาต่อมา
เมื่อจบชั้น ม.3 แม่บุญธรรมแจ้งว่าที่บ้านไม่มีเงินส่งเรียนต่อสายสามัญ (ม.ปลาย) บังคับให้ไปเรียนสายอาชีพ เพราะมองว่าจบมาทำงานได้เลย "ไอซ์ รักชนก" รู้สึกเหมือนโลกที่ถล่มทลาย จำใจไปเรียนพาณิชยการ สาขาบัญชี และต้องเผชิญกับคำดูถูกของสังคมที่มองเด็กอาชีวะในแง่ลบ แต่เธอก็ยังทำผลงานได้ดี จนได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ
ระหว่างเรียนสายอาชีพ "ไอซ์ รักชนก" ต้องทำงานพาร์ทไทม์ร้านติ่มซำย่านเยาวราช โดยใช้ชื่อปลอมว่าเพชร เพื่อความดูดีมีค่า คืนหนึ่งขณะล้างร้านจนดึกดื่น แม่แท้ๆ โทรมาหาด้วยความเป็นห่วง ไอซ์จึงยื่นคำขาดถามหาชื่อพ่อ จนได้ความว่าพ่อชื่อบอย ด้วยความใจกล้า สัญชาตญาณนักสู้ ไอซ์ติดต่อหาพ่อ ท้าพิสูจน์ว่าถ้าเป็นพ่อจริงให้โอนเงินมา 5,000 บาท เมื่อเงินเข้าบัญชี การได้พบหน้าพ่อบังเกิดเกล้าครั้งแรกจึงเกิดขึ้น แม้จะดูห่างเหิน แต่พ่อรับปากจะส่งเสียค่าเล่าเรียน ทำให้ไอซ์ตัดสินใจลาออกจากสายอาชีพ และกลับมาเรียน ม.4 ใหม่ที่โรงเรียนเดิม
การกลับมาเรียนช้ากว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน 1 ปี ทำให้เธอกลายเป็นตัวประหลาดในห้องเรียน ต้องนั่งเรียนคนเดียวไร้กลุ่มเพื่อน แต่ด้วยความเป็นเด็กหัวกะทิ เธอใช้ความรู้คอยติวและให้เพื่อนลอกการบ้าน จนชนะใจเพื่อนๆ และกลับมามีความสุขในชีวิตวัยเรียนได้อีกครั้ง
"ไอซ์ รักชนก" สอบติดคณะวิทยาศาสตร์ สาขาสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะเลือกตามเพื่อน แต่ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย เมื่อเกิดรัฐประหารยุค คสช. พ่อของเธอที่ทำงานในบ่อนการพนันถูกสั่งปิดบ่อน (ชั่วคราว) ทำให้ขาดรายได้ส่งเสีย วิกฤตนี้ผลักดันให้ไอซ์ต้องดิ้นรนขั้นสุด ทำสารพัดอาชีพ ตั้งแต่สอนพิเศษ เป็นพิธีกร รับจ้างรีวิวสินค้า ไปจนถึงเป็นแม่ค้าออนไลน์ โดยไปรับของจากสำเพ็งและเสือป่ามาถ่ายรูปขาย ด้วยหัวการค้า ทำคอนเทนต์เก่ง ทำให้เธอมีรายได้สูงถึง 50,000 – 80,000 บาทต่อเดือนตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ
ช่วงเวลานั้นคือยุคทองของชีวิต "ไอซ์ รักชนก" มีครบทุกอย่างที่เคยขาด ทั้งเงิน รถ บ้าน และความรักกับแฟนหนุ่มที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ชีวิตดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบตามพิมพ์นิยม มีการงานมั่นคง ได้ท่องเที่ยวต่างประเทศ และวางแผนสร้างครอบครัวที่อบอุ่นเพื่อชดเชยวัยเด็กที่ขาดหาย



