
“อนุทิน” ตอบชัดไม่ขอชิง นายกฯ รอบนี้ ต้องให้เกียรติพรรคที่มี สส.มากที่สุด
“อนุทิน” ตอบชัดเจนไม่ขอชิงเก้าอี้ “นายกรัฐมนตรี” รอบนี้ เคารพกติกามารยาท ต้องให้เกียรติพรรคที่มี สส.มากที่สุด
15 ส.ค. 2567 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หารือพรรคร่วมรัฐบาล ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ก็เป็นไปตามข่าว รอให้ทางพรรคแกนนำ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้แถลง ส่วนที่มีชื่อ นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน รับว่าเป็นไปตามนั้น ซึ่งพรรคภูมิใจไทย เคารพกติกา มารยาท และกระบวนการ
วันนี้ แม้นายเศรษฐา ทวีสิน ต้องพ้นจากตำแหน่งไป แต่พรรคแกนนำ ยังเป็นพรรคเพื่อไทย ตามหลัก ต้องให้พรรคแกนนำ ที่มีจำนวน สส. มากที่สุด เสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสม เป็นนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ หากพรรคเพื่อไทย เสนอชื่อ นายชัยเกษม แล้วไม่ผ่าน คนต่อไปจะหากเป็นนายอนุทิน พร้อมจะรับตำแหน่งหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันยังไม่เกิด อย่าไปถ้า วันนี้หากตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้เร็วเท่าไหร่ ก็จะทำให้ประเทศไม่ขาดการบริหารราชการแผ่นดิน ก็จะเป็นประโยชน์กับประชาชน เราพยายามทำให้ สิ่งต่างๆ เกิดความต่อเนื่องก่อนดีกว่า
ส่วนที่มีการมองว่าพรรคภูมิใจไทย ยังมีโอกาส ด้วย 71 สส. ในมือ กับพันธมิตร พรรคร่วมอื่นๆ และมีกระแสข่าวว่า นายอนุทินจะฮึดสู้ นายอนุทิน ยืนยันว่า ไม่มี พรรคภูมิใจไทย ยึดกติกา ยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ เป็นพรรคที่มี สส.เป็นอันดับที่ 2
"ไม่มีไปแอบเข้าบ้านนี้แล้วไปมุดเข้าบ้านนั้น เมื่อวานออกจากบ้านที่ประชุม มีคนบอกว่าผมไปประชุมอะไรต่อ ไม่มีเลยผมไปกินร้านแสงเสาชิงช้า" นายอนุทินกล่าว
ส่วนการกำหนดวันโหวตเลือกนายกฯเร็ว ถือเป็นการแก้เกมเร็ว หรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นไปตามกระบวนการ ไม่ได้มีการแก้เกมอะไร ปัญหาของบ้านเมืองหยุดไม่ได้ ถ้าเราสามารถแก้ไขปัญหาได้เร็วที่สุด ก็เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย
สำหรับข้อกังวลเรื่องสุขภาพของนายชัยเกษม นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องไปสอบถามจากแพทย์ ของท่าน จะมาถามหมอหนูได้อย่างไร
นายอนุทิน ยังย้ำว่า สถานการณ์แบบนี้ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องอยู่กับพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่พรรคอื่น ซึ่งต้องเคารพกติกา มารยาทของการอยู่ร่วมกัน ซึ่งวุฒิภาวะของคนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคเป็น สส.มีธรรมเนียมปฏิบัติอยู่แล้ว และยึดตรงนั้นซึ่งทำให้เราสบายใจ
ส่วนโอกาสในการพลิก ขั้วรัฐบาล ยังมีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เคยพูดอยู่ตลอดเวลาว่าหากไม่ได้เป็นพรรคการเมืองอันดับแรก แต่ไปเป็นนายกฯทั้งที่เป็นพรรคอันดับ 2 หรือ 3 ตนรับไม่ได้ที่ตอนเช้าขับรถออกจากบ้านเป็นนายกฯ แต่ตอนเย็นกลับไปเป็นอดีตนายกฯ หากเรื่องนั้นเกิดขึ้นกับตนจิตใจคงไม่เข้มแข็งเท่านายเศรษฐา อดีตนายกรัฐมนตรี จึงจะไม่ทำให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นกับตน ซึ่งสิ่งที่จะไม่ทำให้ตนประสบภาวะเหล่านั้นคือ เคารพกติกา และหากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เชื่อใจและเลือกให้ภูมิใจไทยได้ที่นั่งสส.เป็นอันดับแรก ใครก็จะมาเอาตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยไม่ได้
"ตอนนี้ผมไม่สู้ แต่ตอนเลือกตั้งผมค่อยไปสู้ ตอนนี้ผมจะไปสู้อะไรตำแหน่งนายกฯเรามีกติกาอยู่ แต่ตอนเลือกตั้งเราก็ต้องผลักดันนโยบาย ขับเคลื่อนกันอย่างเต็มที่ ไปสู้ที่เลือกตั้งเถอะ คำว่าสู้คือการขายนโยบายทุกอย่างที่ทำให้ประชาชนเชื่อใจและเลือกเรา แต่วันนี้ไม่ใช่เวลานั้น" นายอนุทินกล่าว
นายอนุทิน ย้ำจุดยืนของพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะเสนอใครภูมิใจไทย ยังคงถือว่า ข้อตกลงพันธะระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ยังเหมือนเดิม ไม่มีเข้าไม่มีออก คือ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่แตะไม่แก้ ไม่สัมผัส มาตรา 112 แค่นี้ที่เหลือเป็น เรื่องของพรรคเพื่อไทย
สำหรับสัดส่วนคณะรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลยังเหมือนเดิมหรือไม่หลังมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เอาให้ได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก่อน
นอกจากนี้ นายอนุทิน กล่าวถึงกรณี นายชัยเกษม เคยเป็นผู้ที่เห็นด้วยกับเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลต้องออกมาแถลงจุดยืนร่วมกัน ว่าจะไม่มีการแตะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ส่วนการที่บุคคลนั้น เคยเป็นผู้ที่บุคคลนั้นเคยเสนอ และแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีความกังวลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวนี้เป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย ที่จะต้องชี้แจง พรรคภูมิใจไทยไม่สามารถไปก้าวก่ายได้
ส่วนติดใจหรือไม่นั้น นายอนุทิน ยืนยันว่า เรายินดีสนับสนุนบุคคลที่พรรคเพื่อไทยเห็นว่าเหมาะสม ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต้องรอพรรคเพื่อไทยคัดเลือกบุคคลนั้นให้เรียบร้อยเสียก่อน ซึ่งในวันนี้เราได้แถลงจุดยืน ของพรรคภูมิใจไทยอย่างชัดเจน เราเดินตามกติกาทุกประการที่ให้แกนนำรัฐบาลเป็นคนเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี



