ข่าว

‘เศรษฐา’ ยอมรับ มีโอกาสควง ‘ทักษิณ’ ลงพื้นที่

‘เศรษฐา’ ยอมรับ มีโอกาสควง ‘ทักษิณ’ ลงพื้นที่

17 มี.ค. 2567

‘เศรษฐา’ ยอมรับ มีโอกาสควง ‘ทักษิณ’ ลงพื้นที่ ไม่คิดมากนายกฯ ซ้อน นายกฯ งดไป ตปท. ถึงกลางเดือน พ.ค. ยังไม่ประกาศภาวะฉุกเฉินฝุ่น PM 2.5 เชียงใหม่ ให้ กต. ดูปัญหาฟินแลนด์งดให้วีซ่าแรงงานเก็บเบอรี่

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงการคลัง ยอมรับว่ามีโอกาสเป็นไปได้ที่จะลงพื้นที่ร่วมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ยังไม่มีการนัดหมาย นายทักษิณเป็นผู้ก่อตั้งพรรคเพื่อไทย และยังเป็นจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย และยังเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีความนิยมสูง หากไม่ดึงประโยชน์ ประเทศก็จะไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่
 

ส่วนกังวลจะเกิดภาพนายกฯ ซ้อน นายกฯ นายเศรษฐา ยืนยันว่า ไม่เคยคิด ไม่เคยมีประเด็นดังกล่าว รับทราบดีว่า อดีตนายกรัฐมนตรีหลายๆ คน มีความนิยมชมชอบสูง เชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองใด ก็มีความหวังดีกับประเทศชาติ แม้จะมีแนวความคิด หรือนโยบายที่แตกต่างกันไป แต่ขณะนี้ ตนเองเป็นนายรัฐมนตรี ก็จะต้องบริหารความคาดหวังของประชาชนทุกคน และอดีตนายกรัฐมนตรี ก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง เชื่อว่า มีความหวังดี หากมีความเป็นไปได้ในข้อแนะนำ ก็จะต้องมาบริหารจัดการราชการ และความเหมาะสม ดังนั้น จึงไม่ได้คิดใดๆ และยินดีรับฟังเสมอ ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้มีแนวคิดที่จะขจัดข้อวิจารณ์นี้ด้วย ไม่ว่าจะทับซ้อน 4 คน หรือ 5 คน ก็ไม่ได้ใส่ใจ

''ผมนายเศรษฐา ทวีสิน คือ นายกรัฐมนตรี และมีอำนาจตัดสินใจเต็มที่ ภายในรัฐธรรมนูญราชอาญาจักรไทย” นายเศรษฐา กล่าว

นายกรัฐมนตรี บอกว่า จะยังคงลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จากนี้ต่อไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ไม่มีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ แต่จะลงพื้นที่ภายในประเทศต่อเนื่อง วันเสาร์หน้า (23 มี.ค.) ก็จะลงพื้นที่จังหวัดพิจิตร และวันอาทิตย์ (24 มี.ค.) จะลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

ส่วนกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ต้องการให้รัฐบาลเปิดไทม์ไลน์การทำงานรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหา PM 2.5 เรื่องนี้ เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัว และขอให้สนับสนุนบุคลากร อุปกรณ์ดับไฟฟ้า นายกรัฐมนตรีคาดว่า สถานการณ์จะเริ่มเข้าสู่ช่วงสุดสูงสุด ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลอนุมัติงบกลางให้กับประชาชน และการแก้ไขปัญหา ดูแลทรัพยากรของชาติร่วมกัน พื้นที่ใดได้รับงบกลางแล้ว จะต้องไม่มีจุดความร้อนเกิดขึ้นอีก และจะมีการเพิ่มจุดเฝ้าระวังให้มากขึ้น ส่วนบุคคลากรดับไฟป่า ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่กว่า 10,000 คนอยู่แล้ว และต้องพยายามบริหารจัดการบุคลากรให้ดีด้วย

 

นายกรัฐมนตรี ยังชี้แจงถึงการไม่ประกาศให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่ฉุกเฉินจากปัญหาฝุ่น PM2.5 ว่า ยังไม่มีความจำเป็นต้องประกาศให้เป็นพื้นที่ฉุกเฉิน พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลมีงบกลางให้อยู่แล้ว และงบกลางที่รัฐบาลอนุมัติให้นั้น ก็มีจำนวนมากกว่างบประมาณที่จังหวัดใช้ได้จากการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉิน เมื่อวานนี้ (16 มี.ค.) ก็ได้แจกหน้ากากป้องกันฝุ่น N95 ให้กับประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่แล้ว แม้จะเป็นการแก้ไขปัญหาปลายเหตุ แต่ก็เป็นสัญลักษณ์ของความเข้าใจ และความห่วงใย รวมถึงยังได้มีการดำเนินการทำฝนหลวงแล้วทุกวัน และเฮลิคอปเตอร์หลายหน่วยงานได้ปฏิบัติการสูบน้ำ เพื่อช่วยบรรเทาฝุ่น โดยมั่นใจว่า จะช่วยลดปัญหาฝุ่นได้ และเจ้าหน้าที่ ก็ยังคงปฏิบัติการต่อเนื่อง

ส่วนเรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศฟินแลนด์ ระงับการรับคำร้องขอตรวจลงตรา หรือวีซ่า กับผู้สมัครแรงงานเก็บเบอร์รี่ป่าทุกคน ที่ยื่นคำร้องขอตรวจลงตราที่สถานทูตฟินแลนด์ในกรุงเทพมหานคร ในฤดูเก็บเกี่ยวช่วงหน้าร้อนปี 2567 จากข้อกล่าวหาการค้ามนุษย์ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศไปรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม และติดตามตรวจสอบแล้ว เพราะรัฐบาลกำลังเจรจาการของดเว้นวีซ่าเชงเก้นแก่พลเมืองไทยด้วย จึงไม่อยากให้มีผลกระทบต่อการเจรจาผลักดันดังกล่าว จึงจะต้องรอกระทรวงการต่างประเทศรวบรวมข้อมูลก่อน