ข่าว

'กัณวีร์' แล้วแต่กติกามารยาท หากให้เป็น 'ผู้นำฝ่ายค้าน' ชี้ควรเร่งนัดหารือ

'กัณวีร์' แล้วแต่กติกามารยาท หากให้เป็น 'ผู้นำฝ่ายค้าน' ชี้ควรเร่งนัดหารือ

31 ส.ค. 2566

'กัณวีร์' ไม่ปฏิเสธ หากยกตำแหน่ง 'ผู้นำฝ่ายค้าน' เผยแล้วแต่กฎกติกามารยาท แนะควรเร่งนัดหารือเพื่อได้ข้อสรุป เตรียมผนึกกำลัง 'ก้าวไกล' ตรวจสอบรัฐบาลเชิงรุก

นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ระบุถึงสถานการณ์ "ผู้นำฝ่ายค้าน" ที่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า  เป็นไปตามกระบวนการกฎกติกาต่างๆ ตนแล้วแต่ทางพรรคก้าวไกลที่กำลังพิจารณาว่าจะคงไว้ซึ่งตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 1 หรือไม่

 

ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องไล่ลงมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ แต่ยังไม่มีหัวหน้า พรรคไทยสร้างไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ก็ไม่ได้เป็น สส. แล้ว และตัวของตนก็เป็นแค่เลขาธิการพรรคเป็นธรรม ฉะนั้นต้องมีการพูดคุยกันโดยเร็ว เพราะการจัดตั้งรัฐบาลน่าจะเกิดขึ้นภายในอาทิตย์นี้ เราต้องมีผู้นำฝ่ายค้านเร็วๆ ส่วนตนจะได้เป็นผู้นำฝ่ายค้านหรือไม่ "แล้วแต่กฎกติกามารยาท"

ส่วนการทำงานของฝ่านค้านจะแข็งแกร่งมากน้อยแค่ไหน นายกัณวีร์ กล่าวว่า ถ้าดูจำนวนพรรคก้าวไกลและพรรคเป็นธรรม ตอนนี้มี 151 เสียง อาจจะคงยากหน่อย แต่ผมเชื่อมั่นในฝีมือในทักษะต่างๆของทั้งพรรคก้าวไกลและตัวผมเองที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลทำการเมืองใหม่ โดยเราจะเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก นำภาคประชาชน ภาคประชาสังคม เข้าร่วมตรวจสอบและถ่วงดุลการทำงานของฝ่ายรัฐบาลฝ่ายบริหารด้วย เพราะฉะนั้นการเมืองครั้งนี้ จะเป็นฝ่ายค้านเชิงรุกปรับเปลี่ยนให้ดูว่า การตรวจสอบถ่วงดุลย์อย่างสร้างสรรค์เป็นอย่างไร จะแสดงตรรกะและเหตุผลให้ได้ว่า ทำไมเราถึงไม่เห็นชอบการจัดการบ้านเมืองที่เปลี่ยนไป

 

ส่วนหน้าตารัฐบาลใหม่ นายกัณวีร์ มองว่า ตนให้ความสำคัญเกี่ยวกับการต่างประเทศและความมั่นคงเพราะฉะนั้น 2 เรื่องนี้คนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรวมถึงนายกรัฐมนตรี ดูแล้วตนค่อนข้างจะมีความกังขา อย่างเช่นเรื่องของการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำเป็นจะต้องเป็นคนมีความรู้ความสามารถในการที่จะมาเป็นประธานสมช. เนื่องจากมีอำนาจสร้างความสัมพันธ์อย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้น แต่ตอนนี้ตนดูว่า ไม่ว่าจะเป็นตัวรัฐมนตรีก็ไม่ใช่คนที่มีภูมิหลังเกี่ยวกับความมั่นคง แต่มีภูมิหลังทางด้านการค้าเศรษฐกิจการลงทุน 

 

นายกัณวีร์ ย้ำถึงเหตุผลที่ตามพรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้านว่า อยากจะทำให้การเมืองของประเทศไทยตรงไปตรงมาให้เป็นระบอบประชาธิปไตยไม่บิดเบี้ยว การเมืองไทยประเทศไทย เราเห็นว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลมีความชอบธรรมสูงสุด เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นประธานรัฐสภา นายกรัฐมนตรี ฝ่ายบริหารเป็นประมุขนิติบัญญัติ พรรคก้าวไกลจำเป็นจะต้องได้ เพียงแต่ว่าตอนนี้กลไกต่างๆที่อยู่ในตัวรัฐธรรมนูญมันเป็นสิ่งที่ขัดขวางความก้าวหน้าของระบอบประชาธิปไตยอย่าง เช่นการมี สว.ขึ้นมาโหวตนายกรัฐมนตรี การยึดมั่นในอุดมการณ์ตรงนี้พรรคเป็นธรรมก็จะแสดงให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าเราจะต้องร่วมมือกันสร้างความเป็นประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ยึดหลักพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ในการสร้างระบอบประชาธิปไตย เพื่อรับประชาชน

 

ที่ผ่านมาการเลือกตั้งจะเห็นได้ว่าประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง ตนยืนยันชัดเจนว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยเชิญทำพรรค 2 ลุง เข้ามา เราจะไม่เป็นไม้พยุงให้กับเผด็จการอีกต่อไป เราจะต้องยืนยันชัดเจนในอุดมการณ์และจุดยืนของเรา