
'โหวตนายกฯ' 'เพื่อไทย' เสียง 'ก้าวไกล' ไม่ใช่เงื่อนไขสำคัญ
รองหัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ยืนยันว่า เสียง 'โหวตนายกฯ' มีพอไม่ได้ง้อ 'ก้าวไกล' ขอให้รอดูวันลงมติ หลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า เสียงโหวตนายกฯมีพอ พรรคเพื่อไทยไม่ได้ไปขอเสียงพรรคก้าวไกลให้ช่วย เพราะไม่มั่นใจเสียงสนับสนุนของ สว. ขอให้รอดูในวันโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งต้องรอหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย และกำหนดวันประชุมร่วมรัฐสภาอีกครั้ง โดยให้รอดูผลการโหวตในวันนั้น
ส่วนกรณีนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล โพสต์ข้อความตอบโต้นายภูมิธรรม ด้วยข้อความที่ค่อนข้างรุนแรง มีการกระทบกระทั่งกันหรือไม่นั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นนานาทัศนะของแต่ละคน เมื่อถามว่า นางอมรัตน์ยังเป็นน้องที่น่ารักอยู่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็เหมือนเวลาเราบอกกับเด็กตัวเล็กๆว่าน่ารักน่าชัง
วันนี้พรรคเพื่อไทย ยังคงเดินหน้า แสวงหา พันธมิตร ในการจัดตั้งรัฐบาล และเป็นคิวในการเจรจาพูดคุยกับ พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งมี วราวุธ ศิลปะอาชา เป็นหัวหน้าพรรค โดยมีจุดยืนชัดเจนเรื่องการไม่แตะต้อง การแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112
พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าหากพรรคก้าวไกลโหวตให้เพื่อไทย+ภูมิใจไทย คือการโหวตให้นั่งร้านเผด็จการ และจะเป็นจุดจบของพรรคก้าวไกลในฐานะที่เป็นพรรคประชาธิปไตย
เพื่อไทยมาขอเสียงโหวตนายกฯ จากก้าวไกลนั้นเป็นกับดักทำลายก้าวไกลและเป็นแค่ละครฉากนึงเท่านั้น ถ้าก้าวไกลโหวตให้ก็เท่ากับฆ่าตัวตาย แต่ถ้าไม่โหวตให้ เพื่อไทยก็มี ข้ออ้าง ไปผสมพันธ์กับพลังประชารรัฐและรวมไทยสร้างชาติเพื่อตั้งรัฐบาล โดยโทษว่า เป็นความผิดของก้าวไกล ก้าวไกลต้อง ไม่หวั่นไหวต่อคำลวง
คำแถลงจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา
• พรรคเพื่อไทยได้รวบรวมเสียงในการจัดตั้งรัฐบาลเพิ่มเติมในวันนี้ โดยได้รับการสนับสนุนจากพรรคชาติไทยพัฒนา ขอขอบคุณท่านหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา
• สถานการณ์ของประเทศวันนี้ มี 3 วิกฤตสำคัญคือ
1. วิกฤตรัฐธรรมนูญ
2.วิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน
3.วิกฤตความขัดแย้งในสังคม
• พรรคเพื่อไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา จะจับมือกันคลี่คลายปัญหาของประเทศในครั้งนี้ โดยดึงการมีส่วนร่วมของทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกพรรค ทุกฝ่าย ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองต่างๆ และสมาชิกวุฒิสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ สามารถบริหารประเทศ นำไปสู่การเร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้โดยเร็ว การประวิงเวลาออกไปยิ่งทำให้เกิดความเสียหายยิ่งขึ้น การจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วเท่าไรจะยิ่งแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น
• เรายืนยันจะทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความพิเศษ ดังนั้น
การที่จะแก้วิกฤตครั้งนี้ได้ จำเป็นต้องสลายขั้วการเมือง ดึงความร่วมมือจากทุกพรรคทุกฝ่าย เพื่อนำรัฐธรรมนูญออกจากวิกฤต เพื่อนำประชาชนให้พ้นทุกข์ เพื่อสร้างความสามัคคี สมานฉันท์ โดยถือเป็น “วาระประเทศ” ที่สำคัญอย่างสูงสุด
• เราอยากขอวิงวอน ให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในพรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองที่ให้การสนับสนุนในครั้งนี้ เราจะช่วยกันฝ่าวิฤตเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนทุกคน
เราหวังจะเห็นความสามัคคีของทุกฝ่ายในประเทศ ช่วยกันแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้สังคมไทยกลับคืนสู่สถานการณ์ปกติในเร็ววัน
10 สิงหาคม 2566



