ข่าว

ตำแหน่ง 'ประธานสภา' พ่นพิษ ยื่น 'ยุบพรรค' ก้าวไกล ปล่อยให้คนนอกครอบงำ

ยื่นหลักฐานเพิ่มเติม 'ยุบพรรค' ก้าวไกล ปล่อยให้บุคคลภายนอกครอบงำ กรณีแสดงความเห็นชี้นำ ผู้ดำรงตำแหน่ง 'ประธานสภา'

การแสดงความเห็นเรื่องตำแหน่งประธานสภาฯ ของธนาธร-ปิยบุตร- พรรณิการ์ กลายเป็นหลักฐานเพิ่มเติมให้เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นให้ กกต. พิจารณา  ตรวจสอบว่าบุคคลทั้งสาม ครอบงำพรรค  ชี้นำพรรคก้าวไกล  ฝ่าฝืน มาตรา 28 และ มาตรา  29 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 เป็นเหตุให้ต้องยุบพรรคหรือไม่

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยแต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม  นายปิยบุตร แสงกนกกุล  ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กของตนว่า   ประธานสภาผู้แทนราษฎรตำแหน่งที่พรรคก้าวไกลเสียไปไม่ได้เป็นอันขาด พร้อมอธิบายเหตุผลมากมาย  

 

ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐะรรมนูญไทย

 

ซึ่งต่อมาเป็นเหตุให้ว่าที่ สส.พรรคก้าวไกล และกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลต่างออกมาให้สัมภาษณ์และหรือโพสต์ข้อความแสดงความเห็น   เพื่อยืนยันว่าตำแหน่งประธานสภาฯ  ต้องเป็นของพรรคก้าวไกล   ซึ่งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ลงในสื่อสังคมออนไลน์มากมาย เช่น  นายรังสิมันต์ โรม น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล

 

         
การที่ว่าที่ สส.ท่านใดจะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของเหล่า ส.ส.ทั้ง 500 คนที่ประชาชนได้เลือกตั้งให้ไปเป็น สส. แล้วเข้าไปเลือกกันเอง   ว่าท่านใดจะมีความเหมาะสม เพราะทุกคนน่าจะมีวิจารณญานที่จะตัดสินได้ได้เอง    โดยไม่จำต้องมีใครมาชี้นำ   

 

แต่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ออกมาโพสต์ข้อความลงในสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะดังกล่าว จะทำให้สังคมมองไปเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากการพยายามที่จะชี้นำความคิดและการกระทำของเหล่าว่าที่ ส.ส.ของพรรคก้าวไกล ให้ต้องช่วยกันผลักดันหรือกดดันให้พรรคร่วมต่าง ๆ ยินยอมให้ตำแหน่งประธานสภาฯเป็นของพรรคก้าวไกลเท่านั้น

 

           
นอกจากนี้เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม  น.ส.พรรณิการ์ วานิช   อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ และกรรมการบริหารคณะก้าวหน้า   ยังได้ออกมาโพสต์สำทับถึงข้อความผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า “ก้าวไกลต้องการเป็น #ประธานสภา เพื่อผลักดันวาระก้าวหน้าในสังคม”  

 

ชี้ให้เห็นว่าบุคคลทั้งสอง   ซึ่งมิใช่สมาชิกพรรคก้าวไกล มีพฤติการณ์หรือกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงําพรรค หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระทั้งโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมหรือไม่  

 

รวมทั้งกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลออกมาเคลื่อนไหวสอดรับกับการชี้นำของบุคคลทั้งสอง จึงอาจเป็นการฝ่าฝืน ม.28 และ ม.29 แห่ง พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ด้วยหรือไม่

 

             
หาก กกต.วินิจฉัยว่าเป็นไปตามการชี้เบาะแส ก็สามารถเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคที่ฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวได้ ตาม ม.92(3)

 

ข่าวยอดนิยม