ข่าว

'เพื่อไทย' ขอ 'ประธานสภา' ลั่นประมุขคนละฝ่ายก็ไม่เลว

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

'ประเสริฐ' เผย 'เพื่อไทย' แจ้งขอตำแหน่ง 'ประธานสภา' ก่อนแล้ว รอคำตอบ 'ก้าวไกล' พรรคอันดับ 2 เป็นไม่เสียหาย คะแนน สส.เขตเท่ากัน ชี้ต่างฝ่ายเป็นประมุขก็ไม่เลว ส่วนชื่อ 'หมอชลน่าน' เหมาะสมแล้ว

มาที่ฝั่ง "พรรคเพื่อไทย" บ้าง ขอตำแหน่ง "ประธานสภาผู้แทนราษฎร" ซึ่งยังต้องรอข้อสรุปอีกครั้ง เนื่องจาก "พรรคก้าวไกล" ก็ประกาศชัดเจนว่าตำแหน่งนี้ต้องเป็นของเขา เพื่อคุมอำนาจนิติบัญญัติ

 

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เผยว่า ขณะนี้รอคำตอบจากพรรคก้าวไกล เนื่องจากเมื่อวันที่ทำ MOU ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ได้แจ้งความประสงค์ถึงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย อีกฝ่ายแจ้งว่า ขอเวลาอีก 2-3 วัน จะเอาคำตอบมาให้ ซึ่งมองว่ากองเชียร์ทั้ง 2 ฝั่ง อยากให้ สส.และแกนนำของแต่ละพรรคเป็น และ ตำแหน่งประธานสภาเป็นตำแหน่งสำคัญ อยากให้คำนึงถึงความเหมาะสม แต่ถ้าพรรคก้าวไกลไม่ยอมพรรคเพื่อไทยก็คงต้องกลับมาหารือกันอีกครั้ง

พร้อมยกตัวอย่างเมื่อปี 2562 นายชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาฯ ซึ่งมาจากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคลำดับที่ 4 แต่ครั้งนี้เสียงใกล้กันมาก โดยเฉพาะ สส.แบบแบ่งเขต ที่พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยได้ 112 เท่ากัน เพราะฉะนั้นอยากให้มีการพูดคุยกันเพื่อหาทางออก และเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยเคยประสานงานไปแล้ว จึงอยากให้บรรยากาศการทำงานเป็นไปได้ด้วยดี เพราะได้ทำ MOU ไปแล้ว ไม่อยากให้บางเรื่องมาเป็นอุปสรรค หากปล่อยให้ต่างฝ่ายออกมาพูดก็ไม่จบซะทีและยิ่งนานไปก็ไม่ใช่ผลดี เพราะที่ผ่านมาการคุยกับพรรคก้าวไกลและพรรคร่วมอื่นๆบรรยากาศเป็นไปได้ด้วยดีทุกครั้ง

 

ส่วนจะกระทบกับการจับมือจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ยังยืนยันเจตนารมย์พรรคเพื่อไทย สนับสนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีในฐานะที่พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เรื่องประธานสภาเป็นคนละกรณีกัน และไม่มีใน MOU 

เมื่อถามว่า 10 เสียงที่ห่างกันไม่ได้มากพรรคเพื่อไทยถอยให้กับพรรคก้าวไกลพอสมควรหรือยังนั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า พอสมควร เพราะ 10 เสียงเป็นคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ที่ต่างกันเท่านั้น หากพรรคก้าวไกลได้รับการคัดเลือกตั้ง สส.เกินครึ่งหนึ่ง คือ 250 จะจบปัญหานี้ ไม่เกิดแน่นอน และในอดีตที่ผ่านมาพรรคที่ได้ลำดับที่ 1 กับ ลำดับที่ 2 จะ คะแนนต่างกัน คนละฝั่งกัน แต่ครั้งนี้เป็นฝั่งพรรคประชาธิปไตยเหมือนกัน ไม่มีพรรคใดที่ได้เสียงเกินครึ่งหนึ่ง จึงอยากให้ทุกฝ่ายมองถึงความเหมาะสม  

 

"ทางพรรคก้าวไกลได้นายกฯ เบอร์ 1 ไปแล้วถ้าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสทำงานตรงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย" 

 

ส่วนที่มีชื่อ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชิงเก้าอี้ประธานสภาฯ นายประเสริฐ มองว่า มีความเหมาะสม มีประสบการณ์ในสภา เป็น สส. 6 สมัย และเก่งเรื่องข้อบังคับ รวมถึงยังเป็นหัวหน้าพรรคด้วย ซึ่งหัวหน้าพรรคหนึ่งเป็นนายกฯ หัวหน้าอีกพรรคหนึ่งเป็นประธานสภาก็ไม่เลว

 

ส่วนข้อพิพาทระหว่าง นพ.ชลน่าน กับ นาวาอากาศตรีศิธา ธิวารี จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวหรือไม่ นายประเสริฐ หัวเราะ ก่อนตอบว่า อยากให้บรรยากาศดีกว่านี้ และต้องเคลียร์ใจกันเร็วๆ ซึ่งเมื่อก่อนทั้งสองฝ่ายรักกันดี ถูกคอกัน แต่นพ.ชลน่านเป็นผู้ใหญ่และเป็นหัวหน้าพรรค เมื่อมาเจอคำถามลักษณะถามจี้ 2 ครั้ง ตนว่าคงทำให้ท่านหงุดหงิดพอสมควรแต่ตนคิดว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ท่านคงให้อภัย

 

logoline