ข่าว

'ก้าวไกล' พร้อมแจง สว. ช่วยโหวต ‘พิธา’ นั่งนายกฯ

‘พริษฐ์’ ก้าวไกล พร้อมแจง สว. ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน เชื่อหากได้รับข้อมูลครบถ้วนจะเข้าใจ ช่วยโหวต ‘พิธา’ นั่งนายกฯ

ปมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ยังเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของคนไทย ล่าสุด นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ ว่าที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 11 ของพรรคก้าวไกล เป็น 1 ในคนที่ออกมาอธิบายในเรื่องนี้

 

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มี สว. จำนวนกว่า 60 คนที่ลงมติเห็นชอบให้ปิดสวิตช์ สว. จึงเห็นว่า ไม่ควรใช้อำนาจนี้ แทรกแซงการจัดตั้งรัฐบาล ที่ได้เสียงข้างมากจาก สส.จึงฝากไปยัง สว.ที่ยังไม่เคยลงมติ ยกเลิกอำนาจตัวเอง ว่า หากอยากเห็นประเทศไปต่อได้ โดยไม่เจอทางตัน หรือความขัดแย้งในบ้านเมือง ก็ต้องสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจากรัฐบาลเสียงข้างมาก เพราะการสนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่มาจากเสียงข้างน้อย ท้ายที่สุดก็จะไม่สามารถบริหารประเทศได้ และไม่สามารถผ่านงบประมาณหรือกฎหมายได้

 

งดออกเสียงไม่เท่ากับปิดสวิตช์ สว.

ส่วนที่ สว.บางคนเลือกจะปิดสวิตช์ตัวเองเหมือนกันแต่ก็เลือกจะไม่โหวตพิธาเป็นนายกฯนั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า การปิดสวิตช์ สว.คือ สว.ไม่ควรมาจากการแต่งตั้ง รวมถึงแทรกแซงกระบวนการเลือกนายกฯและจัดตั้งรัฐบาล การเลือกนายกฯ ควรจะมาจาก สส.

 

ดังนั้นการใช้คำว่า ปิดสวิตช์ สว.ต้องเป็น 2 ส่วน คือ ทำให้ สว.ไม่มีอำนาจเลือกนายกฯเลย แต่ในเมื่อเสนอแก้ไขกฎหมายไปเท่าไรก็ไม่เคยผ่าน ทำให้ปิดสวิตช์ สว.ในความหมายของวันนี้ที่ยังมี ม.272 อยู่ คือ การที่ สว.โหวตให้นายกฯ และรัฐบาลที่ครองเสียงข้างมาก

 

“การงดออกเสียงไม่เท่ากับการปิดสวิตช์ สว. เพราะรัฐธรรมนูญไปกำหนดว่า ต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาที่มีอยู่ ไม่ใช่สมาชิกรัฐสภาที่ลงมติ มันเป็นการขัดขวางทำให้นายกฯที่มาจากเสียงข้างมาก มีอุปสรรคได้”

 

ส่วนการโน้มน้าว สว. อาจจะง่ายกว่าการหาเสียง สส.มาเติมหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ทำทั้งสองส่วนและหากพูดถึงตัวเลขที่พรรคกำลังพูดคุยกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาลอยู่ที่ 310 เสียง แต่หากมองว่า ต้องมาจาก 376 เสียง กึ่งหนึ่งของสภา ตัวเลขจะมาจาก 2 ส่วน คือ สว. และ สส. ซึ่ง สว. 60 กว่าคน ที่เคยปิดสวิตช์ ถือว่า เพียงพอ ที่จะโหวตได้ และจากการฟังคำสัมภาษณ์ของ สว.หลายคน ก็มีเพียงไม่กี่คนที่แสดงความเห็นไม่โหวตเลือกนายพิธา รวมถึงท่าทีของสมาชิกพรรคอื่นที่แม้จะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล แต่ก็ยังจะโหวตให้นายพิธา

 

ก้าวไกลยินดีตอบคำถามสว.

นายพริษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เรายินดีที่จะพูดคุยกับ สว. เรื่องนโยบายเพื่อให้คลายข้อกังวล และพรรคยินดีที่จะเข้าไปตอบคำถาม สว. ในวันที่ 23 พ.ค. 2566 ที่จะมีการประชุม และไม่จำเป็นต้องใช้ สว. เชื่อว่าก้าวไกลตอบโจทย์ประเทศมากที่สุด แต่สิ่งที่ต้องทำ คือ การไม่ขัดขวางเจตนารมย์ของประชาชน

 

นายพริษฐ์ ยืนยันว่า ที่ตนเองพูดว่า สว.โหวตเลือกนายกฯที่ไม่ใช่เสียงข้างมากแล้วจะเกิดทางตันนั้น ไม่ใช่การข่มขู่ แต่เป็นการพูดข้อเท็จจริง ทางพรรคยินดีพูดคุยเปิดวงสนทนา และเคยมีคนบอกว่า เมื่อปี 2562 เคยให้การสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เพราะมีเสียงเกินครึ่งหนึ่งของสภา สว.บางคนออกมาพูดด้วยซ้ำว่า ไม่มีทางที่จะมีรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้ เพราะฉะนั้นเป็นแนวคิดที่อยากจะนำกลับมาอธิบาย และอย่านำตรรกะนี้มาใช้กับประชาชน

 

ส่วนกรณีที่กรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบนายพิธา ทั้งเรื่องการถือหุ้นสื่อ และ ม.112 จะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรายินดีเข้าไปพูดคุย ทั้งในกรรมการที่ตั้งขึ้นมาและในที่ประชุมใหญ่ ตนเข้าใจว่า มีข้อเท็จจริงบางส่วน ที่ สว. เข้าใจคลาดเคลื่อน หาก สว. ได้รับข้อมูลครบถ้วน เชื่อว่าจะเข้าใจ

 

อย่างไรก็ตาม คำให้สัมภาษณ์ของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ ว่าที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 11 ของพรรคก้าวไกล ยังมีฝ่ายที่เห็นต่าง เนื่องจากคะแนนสียงจากการเลือกตั้ง2566 มีประชาชนเลือกลงคะแนนให้กับพรรคการมืองอื่นๆ ด้วย

 

ดังนั้นเสียงข้างมากที่เลือกพรรคก้าวไกล ไม่ได้หมายความว่าเป็นฉันทามติของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้

 

ผลการเลือกตั้ง2566 จากการนับคะแนน อย่างไม่เป็นทางการของกกต. ปรากฏว่าลงคะแนนเลือก

  • พรรคก้าวไกล 14,136,838 คะแนน
  • พรรคเพื่อไทย 10,795,470 คะแนน
  • พรรครวมไทยสร้างชาติ 4,671,202 คะแนน 
  • พรรคภูมิใจไทย 1,120,406 คะแนน
  • พรรคประชาธิปัตย์ 905,546 คะแนน
  • พรรคประชาชาติ 571,138 คะแนน
  • พรรคพลังประชารัฐ 528,387 คะแนน
  • พรรคเสรีรวมไทย 344,979 คะแนน,
  • พรรคไทยสร้างไทย 339,960 คะแนน 
  • พรรคประชาธิปไตยใหม่ 269,279 คะแนน
  • พรรคใหม่ 245,161 คะแนน
  • พรรคชาติพัฒนากล้า 207,743 คะแนน
  • พรรคท้องที่ไทย 198,068 คะแนน
  • พรรคเป็นธรรม 181,323 คะแนน
  • พรรคพลังสังคมใหม่ 176,256 คะแนน

 

ทั้งนี้ จากจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 39,293,867 คน หรือคิดเป็น 75.22% จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 52,238,594 คน

 

ข่าวที่น่าสนใจ