ข่าว

เศรษฐา ร่ายยาววันแรงงาน 'เพื่อไทย' รัฐบาลเงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"เศรษฐา ทวีสิน"แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ใช้โอกาส"วันแรงงานแห่งชาติ"สื่อสารผ่านพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ ชูคุณภาพชีวิตแรงงานต้องดีขึ้นภายใต้รัฐบาล"เพื่อไทย" สับ 8 ปี ที่ผ่านมาติดหล่ม ทั้งการปรับค่าแรง และเงินเดือนจบปริญญาตรี

 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัว"เพื่อไทย"   นายเศรษฐา ทวีสิน  โพสต์คลิปวิดีโอ  บนสื่อสังคมออนไลน์เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ วันที่ 1 พ.ค.ย้ำว่า"แรงงาน"จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย  หากพรรคได้จัดตั้งเป็นรัฐบาล  วิจารณ์ 8 ปี  ค่าแรงปรับขึ้น 54 บาท จาก 300 บาท เป็น 354 บาท  ส่วนเงินเดือนผู้ที่จบวุฒิปริญญาตรี ปรับขึ้นเพียง 1 ครั้ง จาก 14,000 เป็น 15,000 บาท

 

 

 


นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย โพสต์คลิปวิดีโอ ผ่าน สื่อสังคมออนไลน์ เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ วันที่ 1 พ.ค.  โดยระบุข้อความว่า "แรงงานถือเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ พี่น้องแรงงานต้องได้รับการพัฒนาทั้งด้านศักยภาพและสวัสดิการ คุณภาพชีวิตของทุกคน ต้องดีขึ้น ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย"   เวลาต่อมา นายเศรษฐา ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ส่วนตัวอีกครั้ง โดยย้ำถึงนโยบายปรับค่าแรง 600 บาท และเงินเดือนผู้จบปริญญาตรี 25,000 บาท ว่า การแก้ปัญหาค่าครองชีพและความเหลื่อมล้ำ ต้องมองแบบบูรณาการ  ช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ประชาชนไทยจำนวนมากมีปัญหาเรื่องปากท้องและความเป็นอยู่ 

 

 

8 ปี ที่ผ่านมา มีการปรับค่าแรงขึ้นเพียง 54 บาท จาก 300 บาทเป็น 354 บาท เงินเดือน ในการจ้างงานผู้ที่จบวุฒิปริญญาตรี ได้มีการปรับขึ้นเพียง 1 ครั้ง จาก 14,000 เป็น 15,000 บาทในปี 2558 แต่ตนอยากชี้ให้เห็นว่าปัญหาความลำบากของประชาชนชาวไทย ไม่ได้มีแค่มิติเดียว แต่มี 2 เรื่องที่ทับซ้อนกันอย่างแยกไม่ออก โดยมิติแรกจะเป็นปัญหาเรื่องของค่าครองชีพ

 

 

ความอยู่คนไทยถดถอย -ภาครัฐเพิกเฉย


หากมองอัตราเงินเฟ้อกับค่าแรงขั้นต่ำเพียงอย่างเดียว จะเห็นว่าระหว่างปี  57 กับปี  65 เงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 8% แต่ มีการปรับค่าแรงเพิ่มถึง 16% ในระยะเวลาเดียวกัน แต่ถ้ามองลึกลงไปอีก จะเห็นว่าสิ่งจำเป็นต่อการอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี นั้นกลับแพงขึ้นมาก ตัวอย่างราคาเนื้อหมู สี่ปีที่ผ่านมา ราคาหมูแพงขึ้น 30% ราคาเนื้อไก่แพงขึ้น 20% หรือ ราคาผักบางชนิดที่แพงขึ้นถึง 70%  ส่วนภาระหนี้ต่อครัวเรือน สูงขึ้นถึง 47% ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากโควิด 19 ที่ทำให้เกิดภาวะคนตกงาน ทำให้เห็นได้ว่าในชีวิตจริงแล้ว ความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยถดถอย  แต่กลับถูกเพิกเฉยโดยรัฐ

 

 

ส่วนอีกประเด็นที่ทับซ้อนเรื่องของค่าครองชีพดังกล่าว ก็คือปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำ ที่ซ้ำเติมยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งถ้าจะยกให้เห็นภาพก็คือเปรียบเทียบการเติบโตกว่า 31% ของ Real GDP ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ค่าแรงที่โต 18%  และ เงินเดือนวุฒิปริญญาตรีที่ขึ้นแค่ครั้งเดียวเพียง 7% และไม่ปรับอีกเลยในช่วงเวลาดังกล่าว ในขณะเดียวกันคนรวยยังรวยขึ้นก้าวกระโดด โดยเฉพาะกลุ่มนายทุน ที่ได้อานิสงส์จากต้นทุนค่าแรงที่โตช้า ส่งผลให้เกิดการฟื้นฟูและเติบโตทางเศรษฐกิจในรูปแบบ k-shape ตามที่ตนเคยกล่าวไว้เสมอมา (คนรวยยิ่งรวยห่างจากกลุ่มที่อ่อนไหวทางเศรษฐกิจไปเรื่อย ๆ)

 

 

ขึ้นค่าแรง 400 บาท ในปี  67 -เงินเดือนปริญญาตรี 2.5 หมื่น

 

 

จึงเป็นที่มาของนโยบายต่างๆ ที่ได้นำเสนอ หากพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาท อย่างทันทีภายในปี 2567 และภายใน 4 ปี  ตั้งเป้าค่าแรงขั้นต่ำที่ 600 บาท รวมถึงเงินเดือนขั้นต่ำของปริญญาตรีที่ 25,000 บาท ซึ่งจากการวิเคราะห์สามารถทำได้เพราะไม่ได้ปรับทันทีทีเดียว แต่จะค่อย ๆ ปรับตามการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะทำให้ GDP โตเฉลี่ยที่ 5% ต่อปี 

 

 

นอกจากนั้จะเน้นเรื่องการศึกษาเพื่อให้ประชากร ได้พัฒนาความรู้ให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในบางภาคธุรกิจเช่น ภาคอุตสาหกรรมหรือการผลิตซอฟท์แวร์ ซึ่งทุกวันนี้จ่ายค่าแรงสูงกว่า 600 บาท ต่อ วัน และ 25,000 บาท ต่อ เดือน อยู่แล้ว หากมีโอกาสได้ดำเนินนโยบายค่าแรงขั้นต่ำที่วางไว้ จะเกิดประโยชน์มากมาย จะเป็นประเทศที่อยู่ด้วยหลัก ทุนนิยมมีหัวใจ คือ การทำให้เศรษฐกิจโต แต่เป็นการโตทั้งระบบ ไม่เอาเปรียบใคร ทำให้ช่องว่างของความไม่เท่าเทียมนั้นลดลง  

 

 

 

จะดึงดูดคนให้เข้าสู่ระบบการศึกษาและจบปริญญามากขึ้น เป็นการลดปัญหาสังคม และยังสร้างพนักงานมีคุณภาพให้กับภาคเอกชนด้วย นอกจากนี้ การดำเนินนโยบายดังกล่าวจะช่วยยกระดับส่วนงานภาคราชการซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศอีกด้วย ขอยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์เป็นกรณีศึกษา ที่ราชการเป็นอาชีพที่เงินเดือนไม่แพ้ภาคเอกชน  ดังนั้นต้องมองถึงการทำให้ค่าตอบแทนราชการไทยเหมาะสม และดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูงมาทำงาน เพราะที่ผ่านมาตนเชื่อว่ามีคนมีความสามารถมากมาย ที่อยากจะทำงานราชการ ให้บริการภาคประชาชนอย่างเต็มที่ แต่ติดตรงที่ค่าตอบแทนไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ

 

 

"อยากชวนให้ทุกท่านมองนโยบายนี้เชื่อมโยงกับนโยบายอื่นๆ ของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะเมื่อทำควบคู่กับนโยบายเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น นโยบายเรียนรู้มีรายได้ เรียนรู้ง่ายตลอดชีวิต (Learn to Earn)  นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000บาท การเพิ่มนักท่องเที่ยว การจัดตั้งเขตธุรกิจใหม่ เราจะเห็นว่าทุกนโยบายล้วนเป็นฟันเพืองสำคัญที่ทำงานร่วมกัน และจะช่วยเสริมสร้างให้ประเทศมี ศักยภาพที่ดีขึ้น และช่วยยกระดับประเทศตั้งแต่ฐานราก"  นายเศรษฐา ระบุ

เศรษฐา ร่ายยาววันแรงงาน 'เพื่อไทย' รัฐบาลเงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท

เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย แสดงทัศนะต่อนโยบายทางด้านแรงงาน  ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ วันที่ 1 พ.ค.

.

 

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ