ข่าว

'ศาลรัฐธรรมนูญ'นัดลงมติ คำร้อง 'กกต.' วันที่ 3มีนาคมนี้

'ศาลรัฐธรรมนูญ' นัดอภิปรายเพื่อลงมติคำร้องอำนาจหน้าที่ 'กกต.' กรณีคำนวณสส.และแบ่งเขตเลือกตั้งวันที่ 3 มีนาคมนี้

 

ศาลรัฐธรรมนูญ มีวาระสำคัญในการประชุมวันนี้ อยู่การพิจารณาคำร้อง การทำหน้า ที่ของกกต. กรณี คำนวณ สส.เขต และการแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นวาระเร่งด่วน เนื่องจากสภาจะครบวาระและอาจจะมีการยุบสภา แม้รัฐธรรมนูญจะไม่ได้กำหนดกรอบเวลาการวินิจฉัยเอาไว้  แต่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดอภิปราย และลงมติ คำร้องกกต.วันที่ 3 มีนาคมนี้ 

\'ศาลรัฐธรรมนูญ\'นัดลงมติ คำร้อง \'กกต.\' วันที่ 3มีนาคมนี้

ศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติคำร้องกกต. 3 มีนาคม 2566

การคำนวณสส.โดยใช้ราษฎร(รวมบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย) ทำให้เกิดปัญหาอย่างมีนัยยะสำคัญใน 6 จังหวัดตามข้อมูลของ Rocket Media Lab ประกอบด้วย

 

ถ้าใช้เกณฑ์คำนวณของกกต.(รวมบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย)จะทำให้ 3 จังหวัดมีสส.เพิ่มขึ้น 1 คนประกอบด้วย จังหวัดเชียงรายจาก7คน เพิ่มเป็น 8 คน จังหวัดเชียงใหม่ จาก 10 คน เพิ่มเป็น 11 คน และจังหวัดตาก จาก 3 คน เพิ่มเป็น 4 คน

3จังหวัดที่มีสส.ลดลง ประกอบด้วย จังหวัดอุดรธานีจาก 10 คน เหลือ 9คน จังหวัดนครศรีธรรมราช จาก 10 คน เหลือ 9 คนและจังหวัดปัตตานี จาก 5คน เหลือ 4 คน

 

หากศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า กกต.คิดถูก ก็เป็นหลังพิงให้ กกต.ทำงานต่อโดยสะดวก ทุกฝ่ายไม่ต้องห่วงว่าจะมีคนไปร้องให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ แต่หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า กกต.ผิด ก็ต้องคำนวณจำนวน ส.ส.ในแต่ละจังหวัดใหม่

 

ขณะที่ รัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 104 กำหนดว่า ในกรณีที่มีเหตุจําเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้และเป็นเหตุให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งตามวันที่ กกต. ประกาศ ให้กําหนดวันเลือกตั้งใหม่ก็ได้ แต่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 30 วันนับแต่วันที่เหตุดังกล่าวสิ้นสุดลง (การกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ต้องใช้วันเลือกตั้งเดียวกันทั่วราชอาณาจักร)

 

พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 47 กำหนดว่า ในกรณีมีเหตุจําเป็นเฉพาะพื้นที่ทําให้ไม่สามารถดําเนินการรับสมัครรับเลือกตั้งได้ เนื่องจากเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัย หรือเหตุจําเป็นอื่นในเขตเลือกตั้ง และให้ กกต. มีอํานาจประกาศกําหนดวันรับสมัครเพิ่มเติมโดยอาจกําหนดให้ดําเนินการรับสมัครรับเลือกตั้งในท้องที่อื่นได้ ดังนั้น ถ้าจังหวัดไหนมีปัญหาการแบ่งเขตเลือกตั้งก็สามารถดำเนินการรับสมัครในภายหลังได้แต่ต้องไม่เป็นผลให้เลือกตั้งไม่พร้อมกัน

 

 

 

 

 

ข่าวยอดนิยม