ข่าว

"สุรพล นิติไกรพจน์" ถาม ครม.ไปไหนบริหารประเทศแบบ WFH

"สุรพล นิติไกรพจน์" ถาม ครม.ไปไหนบริหารประเทศแบบ WFH
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"สุรพล นิติไกรพจน์" ถาม "ครม."ไปไหนบริหารประเทศกันโดย" WfH" และ "วิดีโอคอนเฟอเรนซ์"กันทุกวันอังคารบ่ายเหมือนที่เป็นมาทุก ๆ สัปดาห์อย่างนั้นหรือ อยากจะให้นายกฯตั้ง'วอร์รูม'เรียกประชุมทุกเช้ากับรัฐมนตรีและปลัดกระทรวง

สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์   เขียนบทความว่า

 

วันเสาร์ที่ 31 ก.ค. วันที่ 112 ของโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ และวันที่51 ของศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์รังสิต

ผู้ป่วยใหม่รายวันและผู้เสียชีวิตจาก"โควิด"ทำสถิติใหม่ที่ 18,912 รายและ 178 คนตามลำดับ เราไม่เคยมาที่ตัวเลขระดับนี้มาก่อนเลย แต่ก็คงต้องเตรียมตกใจมากขึ้นกับตัวเลขใหม่วันพรุ่งนี้และวันต่อๆไปอีกด้วยนะ

 

คนล้มตายเป็นใบไม้ร่วง ริมถนน ในบ้าน หรือทุก ๆ ที่โดยไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือ ทุกคนหวั่นเกรงการระบาดและกลัวติดเชื้อ ระบบสายด่วนขอความช่วยเหลือทุกเลขหมายทำอะไรให้ผู้ป่วยไม่ได้ เพราะเตียงในโรงพยาบาลก็ล้นเต็ม ห้องฉุกเฉิน(ER)ทุกแห่งมีเตียงผู้ป่วยและถังออกซิเจนระเกะระกะล้นมาอยู่บนทางเท้าหรือที่จอดรถ

 

อย่างนี้ไม่ใช่สถานการณ์สงครามหรอกหรือ

 

เราประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมาเกือบสองปีแล้ว สถานการณ์วันนี้คือฉุกเฉินที่สุดแล้วนะ

 

ครม.ไปไหนบริหารประเทศกันโดย WfH และ วิดีโอคอนเฟอเรนซ์กันทุกวันอังคารบ่ายเหมือนที่เป็นมาทุก ๆ สัปดาห์อย่างนั้นหรือ

 

มีใครบ้างไหมที่มีส่วนรับผิดชอบในการกำหนดนโยบายที่ลงไปดูหน้างานในโรงพยาบาลที่อยู่แค่ปลายจมูกใน กทม. ว่าแพทย์และพยาบาลในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลทุกแห่งเขาขาดอะไร เขาต้องการอะไรเพิ่ม

 

ช่วยแก้ปัญหาวันนี้พรุ่งนี้ให้เขาได้ไหม หรือต้องให้เขียนรายงานเสนอมาตามขั้นตอนในสัปดาห์หน้า เพื่อฝ่ายนโยบายจะได้ทราบในเดือนหน้า แล้วจะได้แก้ปัญหาให้ในปีงบประมาณต่อไป

 

ความจริงมันไม่ได้เป็นปัญหาของแพทย์ พยาบาลหรอก เพราะพวกเขาทำกันจนเต็มที่ ทำกันจนหมดหนทางที่จะทำต่อแล้ว ทำได้แค่นั้นก็คือแค่นั้น ปาดเหงื่อ นั่งพัก แล้วก็หยุดทำ พราะทำอะไรต่ออีกไม่ได้แล้ว

 

แต่ที่จะสูญเสียทับถมลงไปเรื่อย ๆ ก็คือชีวิตของผู้คน ผู้คนธรรมดาสามัญที่ไม่มีอะไรสลักสำคัญ แต่เป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นญาติสนิทอันเป็นที่รักและมีความหมายต่อครอบครัวของเขา

 

เราจะเพิกเฉย ละเลยต่อการสูญเสียชีวิตของผู้คนมากมายในแต่ละวันอย่างนี้ไปอีกนานเท่าไหร่นะ ?

 

เราจะร้องขอมากไปหรือเปล่า ที่อยากจะให้นายกรัฐมนตรีตั้ง’วอร์รูม’เรียกประชุมทุกเช้ากับรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นใน 24 ชม.ที่ผ่านมา และสั่งการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ชัดเจนในแต่ละเรื่อง ต่ละปัญหาที่เกิดขึ้น

 

ไม่ใช่สั่งลอย ๆ ให้ทุกฝ่ายไปคิดหาวิธีแก้ปัญหามาให้ อย่างที่เคยทำ

 

เรามีนายกรัฐมนตรีไว้เพื่อสั่งการ เพื่อตัดสินใจ และเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติของชาติมิใช่หรือ

 

ช่างเถอะ ที่เราทำได้ก็เพียงรำพึงรำพันด้วยความทุกข์และคับแค้นใจ แต่อย่างไรพวกเราก็คงต้องทำหน้าที่ของเรา และทำงานหนักเพื่อดูแลผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือจากเราต่อไปตามที่เคยเป็นมา และที่จะเป็นต่อไปทุก ๆ วันไม่มีวันหยุด

 

จากวันนี้ไปจนถึงวันใดวันหนึ่งในอีกไม่นานนัก เมื่อผู้ป่วยถึง 18,000 แตะ 20,000 หรือมากกว่านั้น ภาระและความกดดันมหาศาลจะตกอยู่กับแพทย์พยาบาลด่านหน้าในทุก ๆ โรงพยาบาล ที่จะต้องรับภาระในการช่วยชีวิตผู้ป่วยที่หลั่งไหลเข้ามาจนเต็มล้น

 

และต้องรับความกดดันจากความคาดหวังจากผู้ป่วยและญาติ ในเงื่อนไขการทำงานที่ยากลำบากที่สุด โดยได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือน้อยมากจากระบบสาธารณสุขที่แทบไม่เหลือพลังจะไปประคับประคองหน่วยใดได้อีก

 

.. มีแต่ใจและความรักในเพื่อนมนุษย์เท่านั้นที่ทำให้ระบบโรงพยาบาลของเรายังยืนอยู่ต่อไปได้

 

ถ้ามาให้กำลังใจพวกเราไม่ได้ ก็ช่วยสวดมนต์ให้พวกเราเข้มแข็งต่อไปด้วยนะ

 

รักเธอ ประเทศไทย

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา

logoline