ประชุมคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์และไอซีทีในคณะกมธ.วิสามัญฯร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบฯ 65เพื่อพิจารณางบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหม

 

โดยมีนายสรวุฒิ เนื่องจํานงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ(กมธ.)ครุภัณฑ์และไอซีทีฯเป็นประธานการประชุม

 

พร้อมทั้งมีตัวแทนของกระทรวงกลาโหม สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศเข้ามาร่วมชี้แจง


 

 

ทั้งนี้นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม ในฐานะคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ครุภัณฑ์ และไอซีที กล่าวว่า วันนี้อนุ กมธ.ครุภัณฑ์และไอซีทีฯได้มีการพิจารณางบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหม ที่ตนตั้งเป้าตัดงบประมาณเพิ่มเติม เพราะจากการประชุม กมธ.งบประมาณชุดใหญ่ มีเพียงกองทัพเรือหน่วยงานเดียวที่ยื่นขอถอนโครงการจัดซื้อเรือดำนำลำที่ 2 และลำที่ 3 ส่วนรายการซื้ออาวุธอื่นๆยังอยู่ครบ

 

ดังนั้นอนุกมธ.ครุภัณฑ์และไอซีทีฯ จึงต้องมาพิจารณาและเสนอตัดงบประมาณในส่วนต่างๆที่ไม่จำเป็นเพิ่มเติมอีก เช่น โครงการจัดซื้ออากาศยานไร้คนขับ(ยูเอวี)เพื่อลาดตระเวนชายฝั่งทะเลของกองเรืองบประมาณ 4,100 ล้านบาท

 

และพบว่ากองทัพเรือยังซื้อโดรนอีก 570 ล้านบาทในปีเดียวกัน ซึ่งรวมแล้วงบประมาณเกือบ 5,000 ล้านบาทจึงตั้งข้อสังเกตว่ามิติการรบของกองทัพเรือเป็นทางน้ำ แต่เหตุใดจึงตั้งงบซื้อทางอากาศ

 

ดังนั้นวันนี้จะขอดูความเหมาะสมว่าจำเป็นต้องมีการจัดซื้อหรือไม่อีกทั้งต้องดูบริษัทที่จัดซื้อด้วยว่าเป็นอย่างไร และเป็นการจัดซื้อรูปแบบไหนรวมทั้งต้องตามเรื่องการจัดซื้อเรือลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบกหรือเรือแอลพีดีซึ่งเป็นการจัดซื้อเรือแต่ไม่มีระบบอาวุธจนต้องทำหนังสือไปถึงประเทศจีนเพื่อขอความอนุเคราะห์ติดอาวุธเพิ่มซึ่งกองทัพเรือยังไม่ได้ให้คำตอบเรื่องนี้ 

 

ส่วนกองทัพบกก็มีการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์และอุปกรณ์รถถัง ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดเท่าที่ควร เพราะที่ขอไปทางกองทัพแล้วแต่ยังไม่ได้ส่งให้  

 

“ส่วนตัวจะค้านการจัดซื้ออาวุธที่ฟุ่มเฟือยโดยเฉพาะเรือดำน้ำเพราะมิติการรบปัจจุบันนั้นเปลี่ยนไปแล้ว และเป็นใช้เทคโนโลยีมากกว่า ทั้งนี้ยืนยันว่าจะเสนอตัดรายการซื้ออาวุธที่ไม่จำเป็นเพิ่มเติมอีก หากที่ประชุมไม่ยินยอมก็จะเสนอโหวตลงมติ และถ้าแพ้ก็จะไปสู้ในที่ประชุกมธ.ชุดใหญ่ต่อ เราต้องไม่เกรงใจกัน” นายยุทธพงศ์ กล่าว