รัฐบาลเร่งเจรจาสั่งซื้อ วัคซีน" Pfizer "และ" Johnson & Johnson"

20 ก.ค. 2564
727
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

รบ.เร่งเจรจาสั่งซื้อวัคซีน"โควิด-19" เพิ่ม" Pfizer" และวัคซีน "Johnson & Johnson" สู้ "โควิด-19 "กลายพันธุ์ ใช้เป็น"วัคซีน"หลัก 4 ชนิด (AstraZeneca, Sinovac, Pfizer, Johnson & Johnson) เร่งฉีดให้ ปชช.ครอบคลุมทุกกลุ่ม


นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ศบค. เห็นชอบกรอบการจัดหาวัคซีน 120 ล้านโดสในปี 2565 นอกเหนือจาก 105.5 ล้านโดสที่จะจัดหามาภายในปี2564 นี้

 

โดย ครม.ยังเห็นชอบให้ สธ.จัดหาวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ในเบื้องต้น 20 ล้านโดส มีกรมควบคุมโรคเป็นผู้เจรจาและสั่งซื้อ รวมทั้งให้องค์การเภสัชกรรมเป็นตัวกลางเจรจากับบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ในการจัดหาวัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) มีความคืบหน้าเป็นลำดับ

 

 

ทั้งนี้แผนการจัดหาวัคซีนและการกระจายวัคซีน ศบค. ทำงานร่วมกันในระดับนโยบายมีคำแนะนำด้านวิชาการจากคณะแพทย์เพื่อให้เกิดความรอบคอบ

 

รัฐบาลโดย สธ.จะเป็นผู้ดำเนินการจัดหาวัคซีนหลักที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้แก่ วัคซีน AstraZeneca, วัคซีน Sinovac, วัคซีน Pfizer และวัคซีน Johnson & Johnsonโดยมีวัคซีน Sinopharm และวัคซีน Moderna เป็นวัคซีนทางเลือกภายใต้แนวทางความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและเอกชน

นายกฯ ในฐานะผอ.ศบค. และที่ประชุม ศบค. ยังมีแนวทางเร่งรัดเจรจาจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม ดังนี้

▶ เร่งเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนที่มีการพัฒนาวัคซีนรุ่นที่ 2 ที่จะสามารถครอบคลุมไวรัสที่มีการกลายพันธุ์

 

▶ เร่งรัดการแสวงหาความร่วมมือกับต่างประเทศในการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนด้วยแพลตฟอร์มอื่นๆ นอกเหนือจาก Viral vector หรือ mRNA

 

▶ สนับสนุนการวิจัยพัฒนาวัคซีนต้นแบบรองรับการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส รวมทั้งกำหนดแนวทางการขึ้นทะเบียนสำหรับวัคซีนที่วิจัยพัฒนาในประเทศ และการแสวงหาความร่วมมือกับต่างประเทศในการทดสอบวัคซีนในมนุษย์ระยะที่ 3

 

▶ สนับสนุนการศึกษาภูมิคุ้มกันระยะยาวของผู้ที่ได้รับวัคซีนเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาให้วัคซีนเข็มที่ 3

 

▶ ติดตามความก้าวหน้าของการวิจัยพัฒนาวัคซีนโควิด-19 เพิ่มเติม เพื่อพิจารณาการจัดหาวัคซีนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มอายุโดยเฉพาะกลุ่มเด็กและหญิงตั้งครรภ์
 

“นายกฯมีความมุ่งมั่น ตั้งใจที่จะจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้มากที่สุดและฉีดให้ทุกคนในประเทศไทยโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ลดอัตราการป่วย และเสียชีวิตให้มากที่สุดรวมทั้งปกป้องระบบสาธารณสุขของประเทศ” โฆษกรัฐบาล ยืนยัน