
นายกฯลั่นอย่าอยู่บนความขัดแย้ง ชื่นมื่นต้อนรับนักท่องเที่ยว
"นายกฯ"เปิดงาน Hug Thais Hug Phuket เปรียบ"ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" เป็นปราสาททรายต้องเสริมอิฐปูนให้แข็งแรง ลั่น อย่าอยู่บนความขัดแย้ง เพราะจะแก้อะไรไม่ได้สักอย่าง บอกเจ็บปวดทุกครั้งที่ออกมาตรการสั่งปิดแต่ต้องทำเพื่อส่วนรวม
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พลเอกอนุพงษ์เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธาน เปิดงาน Hug Thais Hug Phuket ภายใต้แคมเปญ"ฮักไทย ไทยช่วยไทย ร่วมใจชอบ"เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจภูเก็ต
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ระบุว่าตนมาวันนี้ก็มีความสุข เห็นรอยยิ้ม สองข้างทางก็มีคนโบกมือให้ทุกคนมีความสุขขึ้นในช่วงเวลาที่ยากลำบากเป็นโครงการที่ดีมากทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เดินไปข้างหน้าพร้อมกับการควบคุมการแพร่ระบาดของ "โควิด -19"ได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งต้องเดินไปด้วยกันทางเศรษฐกิจและสุขภาพสุขภาพนำให้เกิดความปลอดภัยก่อนเศรษฐกิจจึงจะตามมาซึ่งความหมายของชื่อโครงการคือการส่งต่อกำลังใจและส่งกอดให้คนไทยด้วยความรักโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้ในยามที่คนไทยต้องการกำลังใจซึ่งกันและกันผ่านความท้าทายนี้ไปด้วยกัน ตั้งแต่เช้าตอนนี้ติดตามการประชุมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งเป็นนโยบายการทำงานของรัฐบาล มีการเตรียมการมาพอสมควร โดยให้คณะทำงานพิจารณาเพื่อเปิดจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่องในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตามมติคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมาหากทำได้สำเร็จตามช่วงเวลาที่วางแผนไว้ก็จะเตรียมการเปิดในพื้นที่เกาะอื่นๆ ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งยวด และถือเป็นความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตมีผู้ประกอบการจำนวนมากอยู่ในภาคการท่องเที่ยวและประกอบการกว่าร้อยละ 90
โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า ตนรู้ความลำบากของทุกคน ภูเก็ตมีลักษณะภูมิประเทศสอดคล้องกับการทำแซนด์บ็อกซ์ ผลักดันให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมโดยเฉพาะเอกชนในการเป็นฟันเฟืองหลักในการฟื้นฟูเศรษฐกิจซึ่งไทยเรามีศักยภาพอยู่หลายอย่างวันนี้ตนได้พูดกันกับรัฐมนตรีทุกครั้งที่มาก็เปลี่ยนแปลงทุกครั้ง ตนขอชื่นชมในความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยสังเกตตลอดทางตั้งแต่ลงจากเครื่องบินมาขึ้นรถ นั่งมาก็ดูสองข้างทาง เสาไฟฟ้า ดูต้นไม้บนสายไฟ ป้ายโฆษณาที่หมดอายุ ซึ่งก็อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้แต่ต้องทำต่อไปตนอยากให้เขาประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงเครื่องบินมา
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีเปรียบภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เป็นปราสาทเพราะเราตั้งว่าแซนด์บ็อกซ์ คือการก่อสร้างด้วยทรายต้องเติมอิฐหินปูนไปอีกเยอะเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งให้การท่องเที่ยวมีประสิทธิภาพ เป็นการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและปลอดภัยซึ่งการจัดงานในวันนี้ถือเป็นการขับเคลื่อนงานกระตุ้นการใช้จ่ายทั้งคนไทยและต่างชาติรวมไปถึงช่วยเหลือผู้ประกอบการ 3 กลุ่มสินค้าทั้งอาหารการท่องเที่ยวและสินค้าไทยควบคุมการยกระดับสินค้าและบริการซึ่งเน้นการท่องเที่ยวเป็นหลักมีคนอยู่ในห่วงโซ่จำนวนมากทางภาคการเกษตร ที่พัก อาหาร ที่อยู่ในวงจรห่วงโซ่ทั้งสิ้นเพื่อให้ส่งไปยังเศรษฐกิจฐานรากและขอให้นำสิ่งเหล่านี้มาอยู่ในวงจร ทำอย่างไรประชาชนจึงจะมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเปิดจังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้ให้ทั่วถึงตนเห็นหลายโครงการที่มีการเปิดถนนคนเดินหรืออื่นๆทำอย่างไรให้ทุกคนมีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุดสมญานามเป็นเมืองไข่มุกแห่งอันดามัน
โดยนายกรัฐมนตรี ยังระบุอีกว่า คนทั่วโลกรู้จักภูเก็ต อย่างน้อยก็รู้จักเคยมาหรือเคยเห็นรูปและอยากจะมาทั้งสิ้นวันนี้ต้องทำให้ปราสาททรายแห่งนี้เป็นปราสาทที่แข็งแกร่ง ไม่ล่มสลายด้วยสถานการณ์โควิดหรือสถานการณ์อื่นๆที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ต้องคิดถึงวันข้างหน้าและต้องมองย้อนกลับไปข้างหลังว่าติดขัดปัญหาอะไรอยู่บ้าง ความร่วมมือการบริหารทำไม่ได้ก็ต้องแก้ไขเดินไปข้างหน้าหรือข้างหลังตามไปด้วยเพราะฉะนั้นทุกอย่างกำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีการปฏิบัติได้ตลอดเวลาวันนี้ต้องการให้ประเทศไทยเดินไปอีก1 ปี ทุกจังหวัดมีอะไรเติบโตขึ้นมาบ้างทุกจังหวัดทั่วประเทศมีอะไรดีขึ้นมาบ้างใน 1 ปี รายการใช้จ่ายงบประมาณไร บางโครงการ 1 ปีจบ 3 ปีจบ 5 ปีจบ ทำต่อได้ทำไปสาธารณูปโภคพื้นฐานรถไฟรถไฟฟ้า 6 ยุทธศาสตร์ คือความจำเป็นไม่ใช่ว่าเป็นการบังคับคน
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีระบุว่า ตนอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าวันนี้การท่องเที่ยวของเราถือเป็นรายได้หลักของประเทศหลาย 10 เปอร์เซ็นต์ขึ้นการท่องเที่ยวขณะเดียวกันก็ต้องแลนด์สเคปประเทศไทยใหม่ ต้องเดินหน้าไปอย่างนั้นวันนี้รัฐบาลมีแผนงานในอนาคตว่าอยู่แล้วแต่ไม่ได้หยุดที่จะคิด ที่จะทำจะต้องทำพร้อมกับการแก้ไขปัญหาในอดีตทำปัจจุบันและเดินหน้าประตูอนาคต ทำวันนี้คือประวัติศาสตร์ในวันหน้าต้องช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์ของเราให้ได้ด้วยความร่วมมือร่วมใจของเราทุกคน
ตนทราบดีว่าทุกคนฝากความหวังไว้กับรัฐบาลและไว้กับตนเองจะทำให้ดีที่สุด นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันมีสิ่งใหม่ๆที่จะต้องเรียนรู้อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ทุกประเทศทั่วโลกถือว่าเป็นโรคไร้พรมแดน เป็นเรื่องเศรษฐกิจดิจิตอลถึงกันหมดภายในไม่กี่วินาทีซึ่งถือว่าไม่มีพรมแดนแล้วแต่จะทำอย่างไรให้คนพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงมากกว่าสร้างความขัดแย้งสร้างความไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของคนไทยมาตลอดหลายร้อยปี ยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดซึ่งเป็นแกนหลักของประเทศไทย ขอฝากทุกคนไว้ด้วย
ตนทราบดีทุกคนทำธุรกิจมีความห่วงกังวล ตนไม่เคยทำธุรกิจและไม่มีธุรกิจอะไรสักอย่างแต่พร้อมที่จะทำให้ท่านโดยการปรึกษาหารือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีทุกกระทรวงมีขีดความสามารถอยู่แล้วในการที่จะขับเคลื่อนเข้ามาพิจารณาในการใช้จ่ายงบประมาณวันนี้ต้องข้ามปัญหาของเราไม่ใช่ทุกท่านมีปัญหาอย่างเดียวรัฐบาลก็มีปัญหา งบประมาณทั้งๆที่จัดเก็บได้น้อยเพราะเราก็ต้องมาดูแลประชาชนคนไทย หลายอย่างก็ต้องลด ต้องงด ต้องเลื่อน แต่ตนไม่ท้อแท้จะพยายามใช้สติปัญญาของตนในการบริหารงบประมาณต่างๆที่มีให้คุ้มค่าที่สุด แต่อาจจะตอบสนองไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือ 50 เปอร์เซ็นต์ หรือตามที่ทุกคนพอใจ แต่ต้องนึกถึงคน 76 จังหวัด ตนต้องดูแลคนทั้ง 77 จังหวัด อะไรได้มากกว่านี้
ช่วงนี้ก็ถือว่าเป็นแซนด์บ็อกซ์แรกของเรา วันนี้ได้สั่งการหาพื้นที่จังหวัดอื่นเป็นแซนด์บ็อกซ์ไปด้วย วันนี้ก็ต้องดูตรงนี้ไปก่อน วันนี้กำลังร่วมมือกับตนในการสร้างประวัติศาสตร์ของประเทศไทย นำพาประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ ตามแผนเปิดประเทศ 120 วันตรงไหนเปิดได้เปิดแต่ต้องมีความพร้อมเช่นจังหวัดภูเก็ต แต่ขณะเดียวกันก็ต้องขอความร่วมมือกับประชาชนดูแลตนเองดูแลครอบครัวสังคมเพื่อนบ้านนั่นคือความเป็นไทยของเรา มอบความรักความปรารถนาดี พร้อมกับย้ำว่าอย่าอยู่บนความขัดแย้งเพราะจะแก้อะไรไม่ได้สักอย่าง เสียสมาธิในการทำงาน ฝากทุกคนเห็นใจเจ้าหน้าที่ทุกคน ให้เข้าใจการทำงานของรัฐบาล ของตน และคณะรัฐมนตรีไม่ใช่เวลาทางการเมืองใดๆทั้งสิ้นแต่เป็นเวลาที่ต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาและอุปสรรค ผ่านพ้นเวลาไปให้ได้ด้วยกัน ทุกคนต้องรับประเทศไทย รักครอบครัวรักเพื่อนบ้าน เราอยู่บนพื้นแผ่นดินเดียวกัน ทุกคนคือคนไทย เราต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
ส่วนมาตรการต่างๆเรามอง ในแง่ใครเดือดร้อนต้องดูแลตัวนี้เหมาะสมตาม ม.33 รัฐบาล ในขณะเดียวกันก็ต้องมีส่วนในการเดินหน้าประเทศไทยด้วย เพราะต้องทำงานอยู่หลายกิจกรรมหลายมิติทั้ง มั่นคง เศรษฐกิจ และต้องดูว่าต่างประเทศภูมิภาคเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีความขัดแย้งอะไรบ้างจะลุกลามบานปลาย มาหาเราหรือไม่ อย่างน้อยก็มีผลกระทบต่อความมั่นคง วันนี้ให้ความสำคัญกับการหารายได้เสริมสภาพคล่องซอฟโรล มีการเตรียมการสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการธุรกิจ
โดยในช่วงหนึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า บุคลากรทางการแพทย์ทำหน้าที่อยู่แล้ว หากติกันไปติกันมาก็ท้อ นอนอยู่โรงพยาบาล กลับบ้านไม่ได้ลูกเมียจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ ต้องขอบคุณทุกคนที่ให้สามีให้ภรรยามาทำงานแบบนี้ ทุกคนเหนื่อยเดือดร้อนหมดเหนื่อยแสนเข็ญ แต่ก็ทำเพื่ออะไรเพื่อคนไทยทุกคน หากแบ่งแยกรังเกียจกัน ก็ไปไม่ได้ ตนอยากฝากตรงนี้ไว้ ขอ
ขณะนี้ต่างประเทศจับตามองภูเก็ต ซึ่งทุกคนอยู่ในภูเก็ต ต้องจับมือกันเดินหน้าไปด้วยกัน หากไม่เดินหน้าไปด้วยกัน ก็จะเกิดปัญหาขึ้นอีก ตนไม่โทษใคร และพร้อมที่จะยอมรับในสิ่งที่แนะนำมาก็มา ผ่านการคัดกรองของคนหลายกลุ่มทั้งศบค. วันนี้ต้องร่วมมือกับประชาชนรัฐบาลข้าราชการ ท้องถิ่น เรารู้ปัญหาเราดีแล้วถ้าเราไม่รู้ปัญหา คนมองว่าทุกคนจะเดินหน้าไปแก้ปัญหาเชิงรุกด้วยกันหรือไม่ขอให้ทำให้ได้ ตนพร้อมที่จะยืนสนับสนุนทุกคน ตนขอคืนรอยยิ้มสู่คนไทยอีกครั้ง ขอให้ต้อนรับคนไทยด้วยต้อนรับให้ดีที่สุด พอดีเจอคนไทยคือครอบครัว ต่างประเทศคือต่างประเทศ รับด้วยรอยยิ้มอบอารีย์ด้วยความเป็นไทย
โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวในช่วงท้ายว่า ตนพูดตั้งแต่เช้าเหนื่อย อยู่กรุงเทพฯก็เยอะ เมื่อวานนี้เก็บตัวก็ไม่ได้พูดกับใคร จะมาพูดภูเก็ตอย่างเดียว พยายามพูดไม่ให้มีปัญหา ขออย่าห่วงตนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จนกว่าจะไม่ได้ทำ แต่ขอให้ลดความขัดแย้งไปบ้าง เข้าใจหรือไม่ ทำไมตนจะไม่เจ็บปวด สั่งอะไรไปที ปิดอะไรไปที ตนก็เจ็บปวด แต่ท่านเจ็บปวดกว่าตน แต่ตนก็ต้องทำเพื่อคนอื่นด้วยเช่นกันหากไม่ทำอย่างนี้ ก็บานจะได้หมด ถ้าไม่อยากทำอย่างนั้นก็ช่วยกันทำให้ตัวเองปลอดภัย ใครจะอยากปิด แต่ต้องมองถึงสภาวะ ซึ่งต้องมีมาตรการรองรับแผนฉุกเฉินแผนเผชิญเหตุหากมากกว่านี้จะทำอย่างไร หลายประเทศก็ต้องทำแบบนี้หลายประเทศเอาเปรียบประเทศไทยไปแล้ว ทั่วโลกกำลังจับตามองประเทศไทยในโครงการภูเก็ต แซนด์ ไม่มีอะไรจะสำเร็จได้หากไม่ร่วมมือกันของคนในชาติไม่มีชาติไหนอยู่ได้จำคำพูดของตนไว้
ต่อมาพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะเดินทางมายังท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ จากสายการสิงคโปร์ แอร์ไลน์ เที่ยวบิน SQ 736 โดยมีนักท่องเที่ยวจำนวน 51 คน
โดยเมื่อเวลา 17.28 น.ทันทีที่นักท่องเที่ยวเดินก้าวเข้าภายในอาคาร นายกฯ พร้อมคณะได้ปรบมือต้อนรับ โดยนายกฯ กล่าวทักทายว่า" hello welcome to Thailand"ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลายคนตกใจเพราะไม่ทราบมาก่อนว่านายกฯและคณะจะมาต้อนรับและเมื่อมีเจ้าหน้าที่แนะนำว่านี่คือนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย นักท่องเที่ยวเกือบทุกคนเข้ามาขอถ่ายรูป บางคนก็ขอเซลฟี่ด้วยโดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นชื่นมื่น สร้างรอยยิ้มให้กับนักท่องเที่ยวและ นายกรัฐมนตรีซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นชาวยุโรปและมีชาวเอเซียบ้างแต่น้อย
สำหรับขั้นตอนตามมาตรการสาธารณสุขนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงจะต้องผ่านจุดคัดกรองเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิจากนั้นจะต้องไปตรวจหาเชื้อโดยวิธี swab ที่บริเวณทางออกสนามบิน ก่อนจะขึ้นรถที่สนามบินจัดให้เพื่อไปยังโรงแรมที่พักและรอฟังผล ถ้าหากผลออกมาเป็นลบถึงจะสามารถเดินทางท่องเที่ยวภายในจังหวัดภูเก็ตได้จากนั้นจะมีการ swab อีกครั้งในวันที่ 6 และวันที่ 12 ทั้งนี้หลังนายกรัฐมนตรีและคณะต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้วเสร็จได้เดินทางกลับ กทม.ทันที



