ข่าว

"4ยายเฒ่าจบยาก" รมว.ยธ. ยอมรับ 

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

"รมว.ยธ."ยอมรับ"คดี 4 ยายผู้เฒ่า"จบยากเพราะเป็นเรื่องที่เจ้าหนี้และลูกหนี้กระทบกระทั่งกันมาอย่างยาวนานโดยวันนี้จะลงพื้นที่ไปพูดคุยกับทางเจ้าหนี้เพื่อหาทางออกแต่หากตกลงกันไม่ได้เตรียมให้4ยายเฒ่าไปอยู่ที่ใหม่แทน ด้าน 4 พี่น้องยายเฒ่าหวังอยู่บ้านเดิมต่อ

จากกรณี 4 พี่น้องแม่เฒ่าสุโขทัยที่กำลังถูกไล่ที่จากการที่หลานนำที่ดินไปจำนองกับเจ้าหนี้นอกระบบ ปัจจุบันได้มีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือเพื่อหาทางออก 

ล่าสุดนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางมาประชุมที่ยุติธรรมจังหวัดสุโขทัยเพื่อติดตามความคืบหน้ากรณี 4 ยายเฒ่า โดยระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจบลงยากเนื่องจากเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมายาวนานเป็นเรื่องระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ที่มีการกระทบกระทั่งอีกทั้งสื่อบางสำนักได้มีการนำเสนอข่าวที่ทำให้เจ้าของเงินกู้เป็นฝ่ายผิดทำให้เจ้าตัวเกิดความเครียดซึ่งเป็นเรื่องที่พูดยาก 

โดยก่อนหน้านี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปพูดคุยไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้แล้วแต่ก็ไม่บรรลุผลสำเร็จและคดีนี้เรื่องก็ผ่านกระบวนการในชั้นศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วคงต้องเคารพคำตัดสินของศาล ถึงอย่างไรก็ตามก็จะช่วยเหลือให้ถึงที่สุดจะเดินทางเข้าไปพูดคุยกับทางเจ้าของเงินกู้ในวันเสาร์ที่ 26 มิ.ย. 64 แต่หากการพูดคุยไม่สำเร็จ ตนก็มองว่าอาจจะให้ 4 ยายเฒ่า ไปอยู่บ้านใหม่แทนเพราะในขณะนี้ยายมีผู้ใจบุญช่วยเหลือเงินเป็นจำนวนมาก 

นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังบอกอีกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่มีแค่เคสยายเคสเดียวแต่ยังมีอีกหลายเคสเกี่ยวกับปัญหาการกู้ยืมเงิน การจำนองที่ดิน โดยวันนี้ได้มีการหารือกันในที่ประชุมเพื่อหาทางแก้ไขให้กับชาวบ้านในพื้นที่ให้มีรายได้มากขึ้นเพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบโดยการพยายามหาพืชชนิดใหม่ๆหรือการเลี้ยงสัตว์เป็นทางออกโดยยอมรับว่ารายได้ต่อหัวของจังหวัดสุโขทัยไม่ได้สูงเหมือนจังหวัดอื่นแต่ต้องพยายามทำให้สูงขึ้นในขณะที่จังหวัดอื่นกำลังจะลดลงซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบให้คณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันซึ่งได้มอบอำนาจมาเมื่อช่วงต้นปีแต่เนื่องจากสถานการณ์โควิดจึงทำให้เรื่องซาลง

4 พี่น้องยายเฒ่าหวังให้ รมต.ช่วยเหลือให้อยู่บ้านต่อ 

4พี่น้องยายเฒ่า ยังมีความหวังที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะลงพื้นที่เพื่อมาช่วยเหลือถึงแม้ว่าผลการเจรจาจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม 

นางตะล่อม ทิมแย้ม วัย 77 ปี 1ใน4พี่น้องยายเฒ่า กล่าวว่า วันนี้ยังคงยืนยันคำเดิมว่าไม่อยากย้ายออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่น ถึงแม้ว่าจะต้องปฎิบัติตามคำสั่งศาลหวังเพียงให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ช่วยพูดคุยไกล่เกลี่ยกับทางเจ้าหนี้ให้ยินยอมขายที่ดินคืนทั้งที่อยู่อาศัยและที่ทำกินแต่ถ้าการไกล่เกลี่ยไม่เป็นผลสำเร็จก็ยินดีที่จะย้ายออกโดยดี โดนก่อนหน้านี้ที่โจทก์ยินดีให้จำเลยขยายระยะเวลาออกไปได้ 30 วันเพื่อที่จะได้ขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่พิพาท ซึ่งจะครบกำหนดในเวลา 09.00 น. ของวันที่ 16 ก.ค. 64 นี้ตนก็ได้เก็บข้าวของไปไว้ที่บ้านหลานและบ้านเช่าแล้วบางส่วนเหลือเพียงที่นอนหมอนมุ้งและเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุดที่ยังอยู่และจะอยู่จนวันสุดท้ายที่ศาลมีคำสั่งให้ออก 

นางตะล่อม ยังบอกอีกว่า ตนอยู่ที่บ้านหลังนี้มาตั้งแต่เกิดก็อยากจะตายที่นี่และอยากอยู่กับพี่น้องทั้งหมดเนื่องจากมีความผูกพันอีกทั้งจะมีนายลวง อนุเคราะห์ ซึ่งเป็นหลานชาย คอยดูแลหาข้าวหาน้ำให้รับประทานรวมไปถึงยามเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะช่วยกันดูแลหากวันนี้ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นก็อาจจะไม่ได้อยู่ด้วยกันพร้อมขอบคุณผู้ใจบุญที่โอนเงินมาช่วยเหลือให้สามารถมีชีวิตเดินต่อไปได้ 

ขณะที่นางแฉล้ม ทิมแย้ม บอกว่า รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่เกิดเรื่องนี้ขึ้นและยืดเยื้อมาอย่างยาวนานแต่ก็ยอมรับว่าในช่วงก่อนหน้านั้นที่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อให้หลานได้ไปทำงานต่างประเทศเผื่อจะมีชีวิตที่ดีขึ้นและมาเลี้ยงดูครอบครัวให้สามารถลืมตาอ้าปากได้และถ้าถามว่าหากครบกำหนดที่ต้องย้ายออกจากบ้านตนก็ต้องย้ายออกไปโดยดี