นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ชี้มูลความผิดส.ส.เสียบบัตรแทนกันในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563และมี ส.ส.2 คนที่ต้องตรวจสอบจริยธรรมเนื่องจากกระทำผิดข้อบังคับที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร คือ นายทวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ และ น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐว่ากรณีที่มีการวินิจฉัยออกมาว่าผิด 4 คนเป็นขั้นตอนของ ป.ป.ช.ที่จะดำเนินการส่งเนื่องไปยังอัยการและศาลฎีกาเอง

ส่วนอีก 2 คนจะต้องส่งให้ตรวจสอบจริยธรรม เนื่องจากผิดข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่เรื่องทั้งหมดนี้ก็จะต้องรอดูรายละเอียดของคำวินิจฉัยตัวจริงอีกครั้งซึ่งขณะนี้เรื่องยังไม่ถึงคณะทำงานของตนเอง

เมื่อวานนี้(8มิ.ย.)มีรายงานข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช.แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดแก่ ส.ส. 4 ราย ได้แก่ นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ นายภูมิศิษฐ์ คงมี นางนาที รัชกิจประการ (ปัจจุบันเป็นอดีต ส.ส.) และนางธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ ในความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172

โดยในมาตราดังกล่าวระบุว่า เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท-200,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วน ส.ส.อีก 2 รายคือ นางกริม พูลเจริญ และนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า กระทำผิดเฉพาะข้อบังคับที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงส่งเรื่องไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการ มิได้มีมูลความผิดทางอาญา

ขณะที่ นายสมบูรณ์ ซารัมย์ และนายโกวิทย์ พวงงาม คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ

ขณะเดียวกัน นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียด ต้องรอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้แจงหรือแถลงอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่7ก.พ.2563 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเสียงข้างมาก5 ต่อ 4 เสียงเห็นว่า กรณีนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันระหว่างการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2563 วาระ 2-3 ถือเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต