ข่าว

 'วิโรจน์' ขอให้ 'ชวน' ไปฉีดวัคซีน เป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกหลาน

 'วิโรจน์' ขอให้ 'ชวน' ไปฉีดวัคซีน เป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกหลาน

20 เม.ย. 2564

 'วิโรจน์' ขอ 'ประธานชวน' ไปฉีดวัคซีน อ้างเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกหลาน ด้านจนท.เทคนิคทีวีสภาติด"โควิด - 19"

วันที่ 20 เมษายน 2564 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคก้าวไกล เปิดเผยต่อสื่อมวลชนกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ตอบคำถามสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2564 ในทำนองว่า ตนรอให้บุคลากรทางการแพทย์ฉีดวัคซีนให้ครบก่อนทุกคน ซึ่งตนก็ได้สอบถามไปว่า เขาจะได้ฉีดกันเมื่อไร เขาก็บอกว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ไม่เช่นนั้นจะหาว่า นักการเมืองเอาไปก่อน ขณะที่บุคลากรผู้เสี่ยงต่อการติดเชื้อยังไม่ได้ฉีด ตนจึงรอให้เขาเรียบร้อยก่อน

โดยนายวิโรจน์ กล่าวว่า แม้ประธานชวนจะมีสปิริตสูง แต่ต้องยอมรับความจริงว่านายชวนเป็นประชาชนกลุ่มเป้าหมายกลุ่มแรกที่ทางกระทรวงสาธารณสุขเชิญชวนให้ไปฉีด นั่นคือผู้ที่อายุสูงกว่า 60 ปี หรือที่เรียกว่า “ผู้สูงอายุ” เนื่องจากเป็นกลุ่มที่หากมีการติดเชื้อแล้วอาจมีอาการรุนแรงจนมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตมากกว่ากลุ่มประชากรที่มีอายุน้อย

ไม่นับว่าในฐานะประธานชวนที่เป็นผู้แทนราษฎร ต้องพบปะกับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ต้องเข้าร่วมประชุมกับผู้แทนราษฎรอีกหลายร้อยคน จึงเป็นที่มาของการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้รัฐมนตรีและผู้แทนราษฎรทั้งหลายเป็นเป้าหมายของการฉีดด้วย เนื่องจากหากติดเชื้อไปก็จะไปแพร่กระจายให้คนใกล้เคียงอีกเป็นจำนวนมาก ดังเช่นรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่งที่ติดเชื้อ จนส่งผลกระทบต่อการประชุมคณะรัฐมนตรีและการประชุมสภาเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาด้วย

“ดังนั้น ไม่มีเหตุผลใดเลยที่ท่านประธานชวนจะไม่ไปฉีดวัคซีนในตอนนี้ หากจะบอกว่าต้องรอให้หมอฉีดให้ครบก่อนแล้วประธานชวนค่อยไปฉีด ก็ดูจะไม่ถูกนัก เพราะการที่ประธานชวนจะไปฉีดช้าหรือเร็ว ก็ไม่ส่งผลให้หมอได้รับวัคซีนช้าหรือเร็วขึ้นเช่นกัน เพราะทางกระทรวงสาธารณสุขได้แบ่งโควต้าในการฉีดเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าเกิดปัญหาว่าฉีดให้บุคลากรสาธารณสุขได้น้อยนั้น ก็คงต้องสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าทำไมจึงยังฉีดได้ไม่เข้าเป้า แต่ทั้งหมดนี้ ไม่เกี่ยวกับการฉีดหรือไม่ฉีดของประธานชวน"

ไม่นับว่าการฉีดวัคซีนของผู้แทนราษฎรนั้น ได้รับการส่งข้อความเชิญมาจากทางสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเองตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2564 แล้วด้วย

ดังนั้น การแสดงสปิริตและความรับผิดชอบที่สง่างามที่สุด คิดว่าเป็นการไปฉีดตามที่กระทรวงฯ จัดสรรให้โดยเร็วที่สุดเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม และเป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นที่เคารพของคนรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป”

จนท.เทคนิคทีวีสภา ติดโควิด - 19 ด้าน "เลขาฯสภา" สั่งปิดสตูดิโอพ่นฆ่าเชื้อทันที เร่งส่งเพื่อนร่วมงานสัมผัสเสี่ยงสูงตรวจหาเชื้อ 
ด้านนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวเจ้าหน้าที่เทคนิคของสถานีวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา ติดเชื้อโควิด - 19 ว่า ยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่เทคนิคของสถานีฯติดเชื้อโควิด - 19 จริง โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวทราบผลตรวจว่าติดเชื้อจึงได้แจ้งมายังสำนักงานฯ และตนได้รายงานให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทราบแล้ว

โดยมาตรการเร่งด่วนเบื้องต้น ได้มีคำสั่งให้ปิดสตูดิโอ 1 ของสถานีวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา ที่ตั้งอยู่ภายในซอยอารีย์สัมพันธ์แล้ว พร้อมทั้งทำการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดสตูดิโอดังกล่าว เนื่องจากเป็นสตูดิโอที่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเข้ามาปฏิบัติงานเมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเข้ามาปฏิบัติงานเพียงครึ่งวัน เพราะหลังจากทราบว่าแฟนติดเชื้อโควิด - 19 ได้เดินทางกลับบ้านพักทันทีก่อนที่จะเดินทางไปตรวจหาเชื้อ และหลังจากนั้นไม่ได้เข้ามาที่ทำงานเลย

นอกจากนี้ทางสำนักงานฯยังได้ให้เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่ได้พบปะพูดคุยกับผู้ติดเชื้อในวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ไปตรวจหาเชื้อโควิด - 19 เป็นกลุ่มแรกเนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยง โดยทางสำนักงานฯเร่งดูแลในส่วนนี้อย่างใกล้ชิด 
เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด - 19 ของทางสำนักงานฯด้วยว่า เรามีมาตรการที่เข้มข้นมาตลอดอยู่แล้ว สำหรับผู้ที่จะเข้า-ออก อาคารต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ต้องผ่านเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย หากเกิน 37.5 องศาเซลเซียส จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าอาคารอย่างเด็ดขาด และภายในอาคารจะมีจุดให้บริการแอลกอฮอล์สำหรับพ่นความสะอาดมืออยู่ทั่วทุกจุด

ขณะเดียวกัน เราปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด โดยให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรของสำนักงานฯ ทำงานที่บ้าน 70 เปอร์เซ็นต์ และเดินทางมาทำงาน 30 เปอร์เซ็นต์ พร้อมสั่งการไปว่าข้าราชการและบุคลากร ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางไปต่างจังหวัดช่วงวันหยุดสงกรานต์ ให้ทำงานที่บ้านไม่ต้องเข้าที่ทำงาน โดยมอบหมายให้ผู้บังคับบัญชาตัดสินใจให้ทำงานที่บ้านได้มากขึ้น

“ชวน” เผย จนท.รับเหมาก่อสร้างรัฐสภาติดเชื้อโควิด-19 อีก 3 ราย - กมธ.หลายชุดชะลอการประชุม

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ระบบไฟฟ้า และกล้องวงจรปิด สังกัดบริษัทซิโน-ไทยฯ ซึ่งรับเหมาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 3 คนว่า เบื้องต้น เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้รับทราบแล้ว ซึ่งบริษัทผู้รับเหมา ได้ดูแลพนักงานทั้ง 3 ดังกล่าวแล้ว ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานทั้ง 3 คนส่วนใหญ่ ไม่ได้เข้ามาปฏิบัติภายในตัวอาคาร และมั่นใจว่า บริษัทซิโน-ไทย ที่มารับเหมาก่อสร้างอาคารรัฐสภานั้น มีวิธีการปฏิบัติ เพื่อดูแลพนักงาน ลูกจ้าง ที่มาปฏิบัติหน้าที่ที่รัฐสภาอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว

นายชวน ยังกล่าวถึงการประชุมกรรมาธิการฯ ในช่วงการปิดสมัยประชุมสภาว่า กรรมาธิการฯ หลายชุด ได้ชะลอการประชุมออกไปก่อน แต่การประชุมภายในบางชุด ยังสามารถดำเนินการได้ แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ เช่น การประชุมทางไกลผ่านรูปแบบออนไลน์ เพราะจะรอให้โควิด-19 เป็นศูนย์คงไม่ได้ เนื่องจาก จะต้องอยู่กับความเป็นจริง

ขณะเดียวกัน กลุ่มอาคารสถานที่ สำนักเลขาธิการวุฒิสภา ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ เข้าฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในรัฐสภา ฝั่งวุฒิสภา ภายในห้องประชุมกรรมาธิการต่าง ๆ ,ห้องอาหาร และบริเวณรอบ ๆ รวมถึงบันไดหนีไฟทุกชั้น ที่เจ้าหน้าที่ และลูกจ้างบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง ใช้เป็นทางขึ้นลงอาคาร หลังปรากฏพนักงานราชการ ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 คน เพื่อความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจต่อบุคลากรที่ยังต้องมาปฏิบัติหน้าที่ภายในรัฐสภา

 นอกจากนั้น ยังมีการแจ้งเตือนพนักงานทำงานสะอาดภายในรัฐสภา ให้สวมใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าลอดเวลาการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ไฟฟ้า และกล้องวงจรปิด สังกัดบริษัทซิโน-ไทยฯ ซึ่งรับเหมาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 3 คน