7 เม.ย.2564  การประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญในวันนี้ มีวาระสำคัญในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ รายมาตราในวาระที่สอง โดยเป็นการพิจารณาต่อเนื่อง ตั้งแต่มาตรา 10 จากทั้งหมด 67 มาตราหลังจาก รัฐสภามีมติแก้ไขมาตรา9 เปิดทางให้ประชาชนและสมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อเสนอคณะรัฐมนตรีขอออกเสียงประชามติได้ 

 


ขณะที่ บรรยากาศที่อาคารรัฐสภาเช้าวันนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวด บุคคลที่จะผ่านเข้า-ออกบริเวณพื้นที่อาคารรัฐสภาจะต้องผ่านการสแกนแอพไทยชนะ ตรวจวัดอุณหภูมิ พร้อมทั้งต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่ กำหนดประตูเข้า-ออกเฉพาะทางหลักเท่านั้น


รวมถึงออกประกาศมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด 


ตลอดจนขอความร่วมมือสื่อมวลชนที่ปฏิบัติหน้าที่ในการทำข่าวใกล้ชิดกับคณะรัฐมนตรีหรือบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ให้เฝ้าระวังกักตัวเพื่อติดตามอาการและให้สื่อมวลชอื่นมาปฏิบัติหน้าที่ทำข่าวที่อาคารรัฐสภาแทน


ขณะที่ ส.ส. - ส.ว.  ที่มีประวัติเข้าพบเอกอัครราชทูต ญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา วันนี้ยังคงเดินทางเข้าร่วมประชุมตามปกติ หลังครบกำหนดระยะเวลา 14 วัน เมื่อวันที่ 5 เมษายน2564 และหลายคนได้มีการตรวจโรคแล้วไม่พบเชื้อ