7 เมษายน 2564 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาตำหนิรัฐบาลบริหารสถานการณ์โควิดและวัคซีนได้ผิดพลาดและล้มเหลว และนายกฯต้องไม่เย็นชาต่อความเดือดร้อน อย่าเอาแต่โทษประชาชน โดยยืนยันว่านายกฯไม่เคยโทษประชาชน และการพูดโควิดที่ไม่จบเพราะยังขาดจิตสำนึก ก็เป็นการพูดภาพรวมทั่วๆไป เพราะเรื่องโควิด เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนจะต้องให้ความร่วมมือ และช่วยกันเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดเชื้อโควิด-19 ไม่ใช่นายกฯหรือรัฐบาลทำเพียงฝ่ายเดียว 

 


นายเสกสกล ยังระบุว่าหากไม่มีนายกฯและรัฐบาลนี้การแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 คงไม่ได้รับการยอมรับจากคนในประเทศและนานาประเทศ เป็นอันดับต้นๆ  แต่ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจที่ชะลอตัวพี่น้องประชาชนเดือดร้อน ทั่วโลกก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ซึ่งนายกฯไม่เคยนิ่งนอนใจในการหามาตรการออกมาช่วยเหลือทั้งพี่น้องประชาชน พ่อค้า แม่ค้า รวมถึงผู้ประกอบการต่างๆ 


ขณะเดียวกันมีแผนการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เน้นเฉพาะกลุ่มที่ได้รับวัคซีนต้านโควิดแล้ว โดยได้นำร่องเปิดตั้งแต่เดือนเมษายน 2564


ส่วนการฉีดวัคซีนนั้นรัฐบาลพยายามที่จะเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด โดยนายกฯได้สั่งการ บูรณาการแผนการฉีดวัคซีนโควิด มอบหมายให้กระทรวงการคลังและธนาคารกรุงไทย ร่วมกันจัดทำแพลตฟอร์มสำหรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้สามารถกระจายไปทุกจังหวัดอย่างครอบคลุมและทั่วถึงตามจำนวนวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันแล้ว 


“ยืนยันว่านายกฯให้ความสำคัญกับประชาชนทุกคน ที่จะทำให้ปลอดภัยจากเชื้อโควิด และบรรเทาความเดือดร้อนจากการได้รับผลกระทบ นายกฯทำงานอย่างเต็มที่และไม่มีวันหยุดที่จะหามาตรการต่างๆ ออกมาดูแล แต่ทั้งนี้หากสถานการณ์จะคลี่คลายได้นั้นนายกฯย้ำอยู่เสมอว่าต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน 


รวมถึงความร่วมมือจาก ส.ส.ที่เป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชน และนายพิธาด้วย ไม่ใช่ว่านายพิธา มีปากแล้วจะดีแต่พูดกล่าวหานายกฯ-รัฐบาลว่าบริหารงานผิดพลาด ไม่ทำอะไรเลย แต่ขอให้ย้อนมองดูตัวเองบ้างว่าทำอะไรเพื่อประชาชนไปบ้างแล้ว วันๆ มีแต่คิดจะหาวิธีขับไล่นายกฯ แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 112  ซึ่งไม่เคยเลยสักนิดที่จะคิดถึงความเดือดร้อนของประชาชน และหาทางช่วยเหลือแก้ไขให้กับประชาชนร่วมกัน คิดแต่โจมตีทำลายนายกฯคิดมุ่งมั่นแต่จะล้มรัฐบาลและยกเลิกมาตรา112 ทำตามใบสั่งของหัวหน้าพรรคตัวจริงอย่าง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และจอมบงการอย่าง นายปิยบุตร แสงกนกกุล นายพิธาเป็นคนรุ่นใหม่ควรมีความคิดเป็นตัวของตัวเองอย่าให้ใครมาชักจูงจมูกได้ ถ้าไม่คิดช่วยอะไรประชาชนก็ไม่ควรออกมาตำหนิทำลายกำลังใจคนทำงานให้เสียกำลังใจ อย่าทำตนเหมือนสุภาษิตที่ว่า "มือไม่พาย อย่าเอาเท้าราน้ำ"นักการเมืองประเภทนี้ประชาชนจะสาปแช่งเอานะครับ" นายเสกสกล กล่าว