2 เม.ย.2564  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ระบุถึงกรณีที่ศาลปกครองกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 35,000 ล้านบาท จากเหตุขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ว่า ที่แล้วมามีการยึดทรัพย์และขายทอดตลาดไปบางส่วน ซึ่งมูลค่าไม่ถึง 100 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการดำเนินการยึดทรัพย์ต่อ แต่เมื่อศาลมีคำสั่งมาดังกล่าวจึงต้องหยุดการยึดทรัพย์และยื่นอุธรณ์ต่อ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา มีการตัดสินคดีของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในขณะนั้นและนายภูมิ สาระผล ที่มีการตัดสินคดีให้ยึดทรัพย์ แต่มีการยื่นอุทธรณ์และศาลมีคำสั่งให้ยุติการยึดทรัพย์ออกไปก่อน เช่นเดียวกับคดีนางสาวยิ่งลักษณ์ที่ยังไม่ถึงที่สุด รัฐจึงมีหน้าที่ต้องยื่นอุทธรณ์อยู่ดีใน 30 วัน ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบแล้ว

 


พร้อมย้ำว่าเมื่อคดียังไม่ถึงที่สุดก็ต้องว่ากันไปเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อชนะบ้างแพ้บ้างก็ว่ากันไป ไม่ได้ติดใจหรือมีปัญหาอะไร ขออย่าโทษก็แล้วกันว่าพอฝ่ายใดชนะแล้วศาลตัดสินยุติธรร, แต่เมื่อแพ้ก็บอกว่าไม่ยุติธรรม ลำเอียง 2 มาตรฐานอย่าคิดอย่างนั้น ปล่อยให้ท่านดำเนินคดีไปให้ถึงที่สุด


ส่วนกรณีที่ยึดทรัพย์ไปบางส่วนแล้ว มีการขายทอดตลาด และในภายหลังมีคำสั่งของศาลออกมาในลักษณะแบบนี้ นายวิษณุระบุว่า คดียังไม่ถึงที่สุด ก็ต้องหยุดเอาไว้เท่านั้น วันหลังชนะแล้วจะมาเอาคืนไปก็คงไม่ได้ เพียงแต่หยุดไว้เท่านั้น ยืนยันว่าไม่มีปัญหา เพราะที่ผ่านมาเช่นที่บ้านโยธินพัฒนา ก็ยึดทรัพย์ไป ก็ยังไม่ทำอะไร จึงสั่งหยุดไว้ทั้งหมด และดำเนินคดีในชั้นศาลปกครองสูงสุดต่อไป


ทั้งนี้นายวิษณุ ระบุว่า รัฐบาลจะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน ต้องปล่อยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ดำเนินการเนื่องจากเป็นเจ้าทุกข์ โดยมีอัยการช่วยดำเนินการ


ส่วนคำสั่งของศาลดังกล่าวจะส่งผลต่อคำสั่งของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่นั้น นายวิษณุ ระบุว่า ตนไม่ทราบ เพราะเริ่มต้น ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาว่า มีความผิด ถือเป็นการละเว้น โดยต่อมาป.ป.ช.มีหนังสือแจ้งมาว่าให้ดำเนินการยึดทรัพย์ และเมื่อยึดทรัพย์ ผู้เสียหายก็มายื่นถอนการยึดทรัพย์ ซึ่งศาลปกครองชั้นต้นได้มีคำวินิจฉัยว่า นางสาวยิ่งลักษณ์เป็นเพียงประธาน คนอื่นหรือเจ้าหน้าที่อื่นเป็นผู้ผิด ซึ่งตนก็ยังไม่เห็นคำพิพากษาดังกล่าว มีแต่เพียงคนสรุปมาให้ตนทราบ แต่มีความย้อนแย้งกับคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง


ส่วนจะใช้คำพิพากษา ดังกล่าวในการต่อสู้ได้หรือไม่นั้น นายวิษณุ ระบุว่า ขณะนี้คงยังไม่ทำอะไรจนกว่าคดีจะถึงที่สิ้นสุด ส่วนน่าวิตกหรือไม่ในการต่อสู้ชั้นต่อไป ตนมองว่าหากแพ้คดีก็น่าวิตก แต่ไม่ได้วิตกอะไรมาก เนื่องจากต้องดำเนินการต่อไป แต่ไม่สามารถนำคำพิพากษาดังกล่าวมากล่าวอ้างได้ว่านางสาวยิ่งลักษณ์นั้นไม่ผิดคดีอะไรเลย เพราะว่าคำพิพากษา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ได้วินิจฉัยไว้ว่าผิดนั้นยังคงอยู่

 

ส่วนคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกับศาลปกครองนั้น มีคำวินิจฉัยความเห็นแย้งกันจะมีผลอะไรหรือไม่นั้น นายวิษณุ ระบุว่า ตนไม่ทราบ ยังนึกไม่ออก พร้อมอธิบายว่า การยึดทรัพย์เริ่มต้นตั้งแต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามีความผิด ป.ป.ช.จึงเห็นว่าจึงต้องดำเนินการยึดทรัพย์ เมื่อยึดทรัพย์แล้วศาลปกครองชั้นต้นเห็นว่าไม่มีความผิด ก็สามารถอุทธรณ์ขึ้นไปได้ เพราะไม่มีปัญหาอะไร