2 เม.ย. 64 เวลา 09.00 น. ที่ศาลปกครองกลาง นัดอ่านคำพิพากษา คดีที่  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  กับพวกรวม 2 คน เป็นผู้ฟ้อง นายกรัฐมนตรี   กับพวกรวม 9 ราย กรณีขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ ที่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จำนวนกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท จากเหตุขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวและเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ราชการตามอำนาจหน้าที่ เป็นทำให้กระทรวงการคลังได้รับความเสียหาย

หลังจากที่ ศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษา นานกว่า 2 ชั่วโมง ศาลมีคำสั่งเพิกถอน คำสั่งกระทรวงการคลัง  ที่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท ของความเสียหายทั้งหมด 1.78 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังให้เพิกถอนคำสั่งของกรมบังคับคดี กับพวกที่ออกคำสั่ง หรือประกาศใด ๆ ที่ดำเนินการเกี่ยวกับการอายัดทรัพย์สิน น.ส.ยิ่งลักษณ์

ทั้งนี้ ศาลฯ เห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี และในฐานะประธาน กขช. ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าเป็นผู้กระทำให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวโดยตรง นอกจากนี้โครงการรับจำนำข้าวยังดำเนินการตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา เป็นนโยบายสาธารณะขนาดใหญ่ ใช้เงินเยอะ ย่อมมีการขาดทุน แต่ยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลัง โดยผ่านการวิเคราะห์ของหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์  มีการนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาแล้ว

อีกทั้ง  น.ส.ยิ่งลักษณ์ มิได้มีการกระทำเพียงลำพังในการอนุมัติโครงการ หรืออนุมัติงบประมาณ จึงรับฟังไม่ได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์  กระทำการจงใจ หรือปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต หรือเพิกเฉย ไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว จนเป็นเหตุให้ราชการเสียหายตาม มาตรา 10 ประกอบมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดฯ แต่อย่างใด