
"ยุทธพงศ์" อัด รัฐบาลเตะถ่วงร่างพ.ร.บ.ประชามติ เพื่อเลี่ยงการแก้รัฐธรรมนูญ
"ยุทธพงศ์" อัด รัฐบาลเตะถ่วงร่างพ.ร.บ.ประชามติ เพื่อเลี่ยงการแก้รัฐธรรมนูญ พร้อมแฉ มีการวิ่งเต้นตำแหน่งรองอธิบดีกรมชลประทาน ด้วยเงิน 110 ล้านบาท
27 มี.ค.64 นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา ว่า เป็น พ.ร.บ.เกี่ยวกับการปฏิรูป ดังนั้นการเสนอกฎหมายจึงไม่ได้ผ่าน ส.ส. แล้วไปสู่ ส.ว. เหมือนกฎหมายอื่น แต่เป็นการเสนอโดย ครม. ซึ่งกฎหมายประชามติถือว่าเป็นกฎหมายที่สำคัญคู่กับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ดังนั้นไม่มีเหตุผลที่จะมาเตะถ่วง และยังทราบว่าขณะนี้มี ส.ว.กลุ่มใหญ่เตรียมคว่ำร่าง พ.ร.บ.ประชามติฉบับนี้ อีกทั้งในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลไม่มีการนำเอาเรื่องการเปิดสมัยวิสามัญเข้าสู่การพิจารณา ตามคำร้องของนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาที่ขอให้มีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ
ทั้งนี้ นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า เมื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ให้มีการตั้ง ส.ส.ร. ที่ถูกตีตกไป ก็จะต้องมาสู่กระบวนการแก้ไขเป็นรายมาตรา ซึ่งการแก้ไขก็ต้องใช้ พ.ร.บ.ประชามติ ดังนั้น รัฐบาลและ ส.ว. มีเจตนาไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะไม่เช่นนั้นจะต้องมีการให้เปิด เนื่องจากหากไม่มี พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติก็จะไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ อีกทั้งเรื่องนี้ที่ผ่านมานายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยังได้ออกมาบอกร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นร่างที่รัฐบาลเสนอ ซึ่งจะโดนสภาตีตกไม่ได้ เพราะหากตกรัฐบาลจะต้องแสดงความรับผิดชอบ ดังนั้นหากร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติโดนคว่ำไป รัฐบาลจะมี 2 ทาง คือ ไม่ลาออกก็ต้องยุบสภา
นายยุทธพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีการทุจริตของกระทรวงศึกษาธิการ ในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่มีการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ 68 ล้าน โดยเรื่องนี้ตนได้ยื่นหนังสือต่อนายไชยา พรหมา ประธานกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สถาผู้แทนราษฎร ซึ่งทางกรรมาธิการได้มีการเชิญเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเข้ามาชี้แจงแต่ไม่มา กลับส่งบุคคลอื่นซึ่งไม่ได้เป็นผู้กำกับดูแลและมีความรู้เข้ามาชี้แจง อีกทั้งกรณีนี้ตนได้ไปยื่นเรื่องถึงนายกรัฐมนตรีและมีการตอบกลับมาว่านายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว ดังนั้นจึงฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ต้องรีบจัดการ เพราะถือว่าเป็นมะเร็งร้าย และขอฝากไปถึงเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาว่า หากยังไม่ระงับการจัดซื้อจัดจ้าง ตนจะไปร้อง ป.ป.ช. และ DSI เพื่อดำเนินการตรวจสอบอีกด้วย
นอกจากนี้ นายยุทธพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำลังจะมีการแต่งตั้งรองอธิบดีกรมชลประทานคนใหม่ 2 ตำแหน่ง คือ ฝ่ายก่อสร้าง และฝ่ายบริหาร โดยในตำแหน่งของฝ่ายบริหารตนได้รับการร้องเรียนว่ามีการเสนอผลประโยชน์ 110 ล้านบาท เพื่อใช้ในการวิ่งเต้นตำแหน่ง โดยตนจะยื่นหนังสือถึงนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และยังมีข้อมูลว่าหนึ่งในผู้ที่เป็นแครดิเดต มีการนำเงินไปสร้างบ้านหรูรับรองในกรมชลประทานที่ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นที่ดินราชการและใช้เงินส่วนตัวในการก่อสร้าง แต่ตนเชื่อว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาจากการทุจริตคอรัปชั่น และยังมีการนำ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ สายภาคใต้หลายคนไปดื่มเหล้าในบ้านพักรับรองดังกล่าว ดังนั้นหากรัฐมนตรีฯนิ่งเฉย ตนก็จะตรวจสอบรัฐมนตรีด้วยอีกคน และจะนำเอาภาพถ่าย ส.ส.ที่ไปร่วมดื่มเหล้าออกมาแฉด้วย



