24 ก.พ.64 ที่รัฐสภา วันนี้มีการประชุมร่วมของรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม เป็นรายมาตราในวาระที่ 2 ซึ่งกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

สำหรับร่างรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งนี้เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ซี่งเป็นเงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สาระสำคัญที่มีการแก้ไข ดังนี้

- กำหนดให้การลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 1 ของรัฐสภา ต้องมีคะแนนเห็นชอบ ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหรือไม่น้อยกว่า 500 คน จะเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. กี่คนก็ได้ จากเดิมต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง และต้องมี เสียง ส.ว.เห็นชอบไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ด้วย ซึ่งทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยาก

- การลงมติให้ความเห็นชอบในวาระที่ 3 ต้องมีคะแนนเห็นชอบ ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาเช่นกัน จากเดิมนอกจากต้องใช้เสียงเกินครึ่งของรัฐสภาแล้ว มีเงื่อนไขที่ต้องมีเสียงเห็นชอบจากฝ่ายค้านไม่น้อยกว่า 20% และต้องมี เสียง ส.ว.เห็นชอบไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ด้วย

ส่วนประเด็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อตั้ง ส.ส.ร. มีการกำหนดเงื่อนไข ดังนี้

- ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. 200 คนมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ทั้งหมด โดยมีคุณสมบัติต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 18 ปี และไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับ ส.ส.

- การเลือกตั้ง สมาชิก ส.ส.ร. ให้ดำเนินการภายใน 90 วัน ใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง เทียบตามสัดส่วนประชาชน

- ให้ ส.ส.ร. จัดทำร่างรัฐธรรมนูญภายใน 240 วัน

- ให้ ส.ส.ร.ตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยแต่งตั้งจากสมาชิก ส.ส.ร.

- การยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องไม่มีการแก้ไขหมวด1 และหมวด2 เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์

- เมื่อ ส.ส.ร. จัดทำร่างรัฐธรรมนูญแล้วให้รัฐสภาอภิปรายแสดงความเห็น ภายใน 30 วันก่อน ส่งให้ กกต. จัดทำประชามติว่าประชาชนเห็นชอบหรือไม่ หากผลการออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ให้ประธานรัฐสภา นำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายต่อไป

อย่างไรก็ตามในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ระบุเหตุผลของความจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เนื่องจากบทบัญญัติหลายมาตรายังไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยและบริบทของสังคมในด้านต่าง ๆ ทั้งในเรื่องของการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน กระบวนการการได้มาซึ่งองค์กรต่าง ๆ ในสถาบันทางการเมือง การตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจขององค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ในการบริหารประเทศ ซึ่งสภาพปัญหาดังกล่าวอาจนำมาซึ่งความเข้าใจหรือความคิดเห็นไม่ตรงกันที่จะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งในสังคม

ทั้งนี้ การประชุมในวันนี้ วิปรัฐบาลและฝ่ายค้าน ตกลงร่วมกันที่จะเลื่อนวาระ พิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจ ที่คณะรัฐมนตรีเสนอ ขึ้นมาพิจารณา ก่อน และพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายศุภชัย ใจสมุทร นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นมาแสดงความไม่เห็นด้วย ให้พิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจ ก่อน พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และขอให้มีการลงมติ 
 

ในขณะที่ฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย มองว่าต้องพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจก่อน ตามที่ วิป 2 ฝ่ายได้ ตกลงไว้ ซึ่งนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาที่ฝ่ายค้าน แต่เป็นปัญหาของรัฐบาลด้วยกันเอง ทำให้ในที่สุดประธานรัฐสภาต้องขอมติจากที่ประชุม โดยมีมติเสียงข้างมากยืนยันให้ พิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจ ก่อนตามที่ วิป 2 ฝ่ายหารือไว้ ทำให้ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ไม่พอใจ วอล์คเอ้าท์ ออกจากห้องประชุม และกลับเข้ามาที่ประชุมสภาอีกครั้งเมื่อถึงวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคภูมิใจไทยพยายามจะแสดงอารยะขัดขืนในสภาไม่เห็นด้วยกับการที่พรรคพลังประชารัฐต้องการให้พิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจ ก่อน หลังจากทั้ง2พรรคมีปัญหาจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ก่อนหน้านี้มี ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐ 6 คน งดออกเสียงไว้วางใจ ให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในฐานะ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย จนเป็นเป็นที่ไม่พอใจของพรรคภูมิใจไทย

ขณะที่บรรยากาศฝั่งพรรคพลังประชารัฐ เช้านี้ กลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์ ที่มีปัญหากับพรรคภูมิใจไทย มาร่วมประชุมตามปกติ ผู้สื่อข่าวสังเกตว่า ระหว่างนั่งในที่ประชุม มี นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะเลขาธิการพรรค มานั่งประกบเพื่อพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย

ภูมิใจไทย เผยเหตุ "วอล์คเอ้าท์"  หลังลงมติแก้รธน. เหตุที่ประชุมเลื่อน พรบ.ตำรวจ-นวัตกรรมฯ มาพิจาณาก่อน  

นายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทย "วอล์คเอ้าท์" จากห้องประชุมหลังมีการลงมติในญัตติขอเลื่อนวาระ 

พรรคภูมิใจไม่ไม่เห็นด้วยในการเอาเรื่อง ร่างพระราชบัญญัติ ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ... และ พระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม เลื่อนเข้ามาแก้ไขก่อนการแก้ รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ... ที่ระเบียบในบรรจุวาระอยู่แล้ว 

ทั้งนี้เหตุที่ไม่เห็นด้วยเนื่องจากพรรคฯแสดงเจตจำนงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอดมาวันนี้ยังไม่เปลี่ยน และชัดเจนในการเดินหน้า การเลื่อนเรื่องอื่นขึ้นมาพิจารณาก่อนนั้นพรรคฯไม่เห็นด้วย ทั้งนี้ทางประธานฯ นายชวน หลีกภัย ได้มีการนัดระชุมร่วมกันระหว่าง2 สภาฯเป็นเวลา2 วันคือวันนี้และพรุ่งนี้ ซึ่งพรรคฯให้ความสำคัญกับการแก้รัฐธรรมนูญเหนืออื่นใด จึงเห็นว่าไม่ควรเลื่อนการพิจารณาเพราะอาจมีเวลาน้อยลง เบื้องต้นยังไม่มีการขยายเวลานัดพิจารณาเพิ่มเติมอย่างใด