23 กุมภาพันธ์ 2564 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงนายพานทองแท้ ชินวัตร  โพสต์แสดงความเห็นเรื่องวัคซีนโควิด-19 ที่นายกฯไม่ควรรีบร้อนฉีดเป็นคนแรก ผู้นำประเทศควรเสียสละ ฉีดเป็นคนสุดท้ายไม่ใช่เอาตัวรอด โดยนายสุภรณ์ระบุว่าในคำให้สัมภาษณ์ของนายกฯที่บอกว่าพร้อมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19  คนแรกถ้าฉีดได้  ซึ่งก็หมายความว่าจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนต่างๆ 

 


ทั้งนี้ที่นายกฯให้สัมภาษณ์เช่นนั้นก็เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าวัคซีนที่นำเข้ามานั้นมีความปลอดภัย เนื่องจากที่ผ่านมายังมีประชาชนบางส่วนยังมีความกังวลในเรื่องของความไม่ปลอดภัยหากจะฉีดวัคซีนโควิด-19  ขณะที่ในบางประเทศผู้นำได้มีการฉีดวัคซีนเข็มแรก เพราะว่าต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในประเทศเช่นเดียวกัน 


"นายกฯ มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา และให้ความสำคัญกับประชาชนก่อน ทั้งนี้เพื่ออยากสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ให้ประชาชนมีความปลอดภัยสูงสุดในการที่จะได้รับวัคซีน ยืนยันนายกฯไม่เคยคิดที่จะเอาตัวรอดหรือเอาเปรียบใคร  โดยที่ผ่านมาก็ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 จนสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง อีกทั้งยังเร่งจัดหาวัคซีนให้คนไทยโดยเร็วที่สุด แต่ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่มีอยู่ 


คนที่เป็นผู้นำประเทศเขาก็คิดเช่นนี้คิดถึงประชาชนก่อน  ซึ่งคนอย่างนายพานทองแท้ แม้จะเกิดมาเป็นลูกและหลานของอดีตผู้นำก็คงไม่เข้าใจเรื่องนี้ เพราะพ่อและอา ของนายพานทองแท้ตอนเป็นผู้นำประเทศไม่เคยคิดถึงใคร คิดถึงแต่ผลประโยชน์ตัวเองมากกว่า ซึ่งหากนายพานทองแท้ ยังไม่เข้าใจการทำงานของนายกฯ ก็ไม่ควรที่จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ให้ประชาชนเข้าใจในตัวนายกฯผิดไป และทำลายบรรยากาศบ้านเมืองในขณะนี้

 

"ช่วงนี้นายพานทองแท้ คงว่างมาก หรือไม่ก็คงกินยาผิดขนาดจนมึนเมายาหรือเปล่า  จึงได้ออกมาแขวะนายกฯบ่อยๆสงสัยว่ากลัวคนไทยจะลืมคุณพ่อและคุณอาที่ทิ้งปัญหาอะไรไว้ให้กับประชาชนแม้แต่ชาวนาก็ไม่ละเว้น ถ้าขืนออกมาปั่นกระแสให้ตัวเองบ่อยๆเช่นนี้คงไม่เป็นผลดี เพราะคนที่เจ็บปวดและทุกข์ใจที่สุดคงไม่พ้นคุณพ่อและคุณอา ที่จะต้องถูกคนไทยขุดเรื่องราวการทุจริตในอดีตขึ้นมาพูดและสาปแช่งอีกต่างหาก ถ้าสงสารคุณพ่อและคุณอาก็ควรจะหยุดวาทะกรรมใส่ความคนอื่นได้แล้ว เพราะยิ่งพูดยิ่งทำให้คนไทยลืมวีรกรรมการโกงกินของอดีตผู้นำประเทศทั้งสองคนไม่ได้เลย"