22 ก.พ.2564  นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง  หรือ กกต. เปิดเผย ว่า  กกต.ได้เสนอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ต่อคณะกรรมาธิการของรัฐสภา เพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนถึงเรื่องวิธีการออกเสียงประชามติ เพื่อให้กรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติขึ้น  

โดยสาระสำคัญ ที่ สำนักงาน กกต. ได้เสนอ นอกเหนือจากการออกเสียงประชามติโดยวิธีการกาบัตรตามปกติแล้ว ได้เสนอเปิดทางให้มีการนำเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ ที่ กกต. พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง มาใช้กับการออกเสียงประชามติที่จะมีขึ้นในอนาคต รวมทั้ง เปิดทางให้มีการออกเสียงผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือ ทางออนไลน์ได้ ซึ่งถือเป็นทางเลือกให้ คณะกรรมการ กกต. ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบในการออกเสียงประชามติได้เลือกใช้ตามความเหมาะสม  ซึ่งรายละเอียดและวิธีการ กกต.จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่อไป  แต่ทั้งนี้ในระยะแรก กกต.จะนำมาใช้เฉพาะพื้นที่ที่มีความพร้อมเท่านั้น หรืออาจจะใช้เฉพาะกลุ่ม เช่นกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ  เป็นต้น โดยขึ้นอยู่กับ คณะกรรมการ กกต.จะพิจารณา


นายกฤช กล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกที่จะมีการกำหนดให้มีการใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ และการลงคะแนนทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ  ซึ่งที่ผ่านมา กกต. ได้พยายามทดลองใช้กับการเลือกตั้งท้องถิ่นและการเลือกตั้งในกลุ่มต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง

 
ด้านนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ เปิดเผยว่า เรื่องนี้คณะกรรมาธิการจำข้อเสนอของ กกต. เข้าสู่การพิจารณา ในวันที่ 22 ก.พ. นี้ โดยถือเป็นมิติใหม่ ที่จะทำให้การออกเสียงประชามติมีความทันสมัยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนมากขึ้น  ซึ่งเรื่องนี้กรรมาธิการได่เสนอให้ กกต.ไปพิจารณาจากเดิมจากร่างเดิมที่เนื้อหาที่ กกต. เสนอมายังมีความหมาย ของคำว่า " อิเล็กทรอนิกส์" ที่ไม่ชัดเจนว่า จะหมายถึงวิธีการใดบ้าง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  กกต.ได้เสนอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมาโดยมีรายละเอียดเป็นการแก้ไข ในมาตรา 42/3-42/6

ซึ่งในมาตรา 42/3 ระบุว่าในกรณีที่ กกต. เห็นสมควรให้มีการลงคะแนนออกเสียงโยเครื่องลงคะแนน ในหน่วยใดหน่วยหนึ่งหรือหลายหน่วย ให้ กกต. ประกาศให้ผู้มีสิทธิออกเสียงในหน่วยนั้นทราบ


ส่วนมาตรา 42/4 ระบุว่า ในกรณีที่ กกต.เห็นสมควรให้มีการลงคะแนนออกเสียงทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้ กกต.ประกาศให้ผู้มีสิทธิออกเสียใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ โดยผู้มีสิทธิออกเสียงที่ประสงค์จะใช้สิทธิทางครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้ยื่นคำขอต่อคณะกรรมการประจำเขตภายในระยะเวลา กกต. กำหนด และเมื่อขออกเสียงทางครือข่ายอินเทอร์เน็ตผู้มีสิทธิออกเสียงจะหมดสิทธิลงคะแนนออกเสียงในหน่วยออกเสียงที่มีชื่ออยู่ในทันที  ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด