เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2564 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ลุกขึ้นชี้แจงประเด็นการจัดหาวัคซีนโควิค-19 ที่พรรคฝ่ายค้านกล่าวหาว่ารัฐบาลล้มเหลวในการจัดหาวัคซีนนั้น ตนขอยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้ล่าช้า เนื่องจากวัคซีนล็อตแรกจำนวน 2 แสนโดสจะมาถึงไทยเดือนก.พ.นี้ ส่วนล็อตที่สอง 8 แสนโดสจะมาถึงในเดือนมี.ค. และอีก 1 ล้านโดสจะมาถึงเดือน เม.ย. ส่วนวัคซีนยี่ห้อแอสตร้าเซเนก้าที่ผลิตเองในประเทศไทยจะถูกนำไปฉีดให้ประชาชนจนครบถ้วนภายในต้นเดือนมิ.ย.นี้ ดังนั้นที่มีการกล่าวหาว่ารัฐบาลจัดหาวัคซีนล่าช้านั้นไม่เป็นความจริง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วิโรจน์'ซัดแหลก'ประยุทธ์- อนุทิน'บริหารแผนวัคซีนโควิดพลาด ล่าช้า เอาประชาชนไปกระจุกเสี่ยงจากวัคซีนแหล่งเดียว

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวพาดพิงบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์นั้น ขอชี้แจงว่าทางบริษัทแอสตร้าเซเนก้าเป็นผู้คัดเลือกบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์เอง เพราะสามารถผลิตชีววัตถุได้อย่างคงที่และมีประสิทธิภาพ ยืนยันวัคซีนที่จะนำมาให้กับคนไทย เป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ และเพียงพอถึงมือคนไทยทุกคนแน่นอน

ทั้งนี้ตนอยากฝากไปยังผู้พาดพิงว่า สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล การนำคำโกหกมาพูดในสภา คือการปิดตาประชาชน โดยเฉพาะการนำข้อมูลเท็จในโซเชียลมีเดียมาเผยแพร่ในสภาเป็นสิ่งที่ไม่สมควร

ส่วนคำกล่าวเสียดสีที่ว่าได้กลิ่นหนูตาย ผมมองว่ากลิ่นหนูตายก็เน่าพอๆกับกลิ่นปากเหม็น ยืนยันมีความสามารถมากพอในการหน้าที่ เอาไว้ให้ท่านมีโอกาสเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ก่อนแล้วค่อยมาพิสูจน์กัน นอกจากนี้กรณีที่นายวิโรจน์กล่าวหาตนและนายกฯว่าน่ารังเกียจ หมดความชอบธรรมในวงการสาธารณสุข อยากให้ข้าราชการนำป้ายไปติดห้ามไม่ให้เข้ากระทรวงฯนั้น ผมอยากบอกว่าผมและนายกฯนี่แหละที่ทำให้ อสม. บุคลากรทางการแพทย์ และระบบสาธารณสุขเข้มแข็ง  เมื่อสักครู่ คุณบอกว่า ผมน่ารังเกียจ แต่เดินเจอกันหน้าห้องน้ำ เข้ามากราบแทบอก และถ้าผมเอาแอลกฮอล์ฉีดตรงที่เนคไท คุณจะรู้สึกอย่างไร” นายอนุทิน กล่าว