17 กุมภาพันธ์ 2564 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านเมื่อวานนี้ โดยส่วนตัวมองว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านทำให้ประชาชนผิดหวังเป็นอย่างมาก เพราะจากฟังการอภิปรายฯเนื้อหายังเป็นเนื้อหาเดิมๆ ที่ฝ่ายค้านเคยนำมาพูดหรือแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน การอภิปรายจืดชืด ไม่มีราคาเหมือนกับที่เคยคุยโม้อวดโอ้เอาไว้ก่อนหน้านี้ 

 

  
นอกจากนี้ตนเองมองว่าฝ่ายค้านยังใช้เวทีอภิปรายฯเพื่อด่าทอ แขวะนายกฯ ให้เสียสมาธิมากกว่าที่จะอภิปรายในประเด็น ต้องการทำลายสมาธินายกฯให้เสียอารมณ์ ฝ่ายค้านคาดการณ์ผิด เพราะจะใช้วาจาเหน็บแนมอย่างไรก็ ไม่ทำให้นายกฯเสียสมาธิเสียอารมณ์และยังสามารถชี้แจงชัดเจนอย่างมีเหตุผลตอบคำถามได้ทุกเรื่องเป็นอย่างดี ประชาชนทางบ้านที่ติดตามชมการอภิปรายพอใจในการชี้แจงของนายกฯเป็นอันมาก


ในส่วนนางสาวอมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่อภิปรายใช้วาจาเหน็บแนมนายกฯตลอด นิสัยปากจัดจ้าน ใช้วาทะที่ไม่เหมาะสมในหลายๆครั้ง มีพฤติกรรมเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับเยาวชน ไม่สมกับคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้แทนของประชาชนเลยสักนิด 


“ประชาชนทางบ้านฝากบอกมาว่า ขนาดชาวบ้านคนธรรมดา ยังมีความคิดและใช้กริยาวาจาที่สุภาพกว่า ส.ส.คนนี้อีก ไม่เคยคิดที่จะใช้คำพูดก้าวร้าวสามหาวหรือใ้ช้วาจาภาษาถ่อยๆ เหมือน กับ ส.ส.คนนี้เลย ช่างน่าอับอายแทนชาวบ้านจริงๆ"


และตนเองก็ไม่แปลกใจที่นางสาวอมรรัตน์ จะใช้คำพูดปากจัดจ้านและชอบเหน็บแนมผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา เพราะอาจจะติดนิสัยมาจากม็อบ 3  นิ้ว ที่นางสาวอมรรัตน์ ชอบแอบหลบไปอยู่หลังม็อบจนตัวเตี้ยเหมือนที่นายกฯพูดเมื่อวานนี้ 
 

ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนเองอยากขอให้ฝ่ายค้านใช้เวทีการอภิปรายฯให้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ไม่ด่าทอ นายกฯ และรัฐมนตรี เพราะจะทำให้ประชาชนผิดหวังฝ่ายค้าน และมองว่าฝ่ายค้านสอบไม่ผ่าน ไม่ทำการบ้านมา ท้ายที่สุดประชาชนจะคิดว่าเวทีนี้เป็นการอภิปรายผลงานของรัฐบาล"