เมื่อวันที่ 16 ก.พ.2564 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯแทนนายกฯในประเด็นที่ น.ส.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เรื่องบ้านพักหลวงในค่ายทหาร การรับประโยชน์ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้าเกิน 3,000 บาท  การที่ได้รับอนุญาตให้อยู่บ้านหลวง ได้รับรถหลวง เติมน้ำมันหลวง น้ำหลวง ไฟหลวง ดังกล่าวต้องนำมาเสียภาษีในฐานะที่เป็นเงินได้พึงประเมินหรือไม่ ว่า ถ้านายกฯ จะต้องเสีย ก็ต้องเสียเหมือนกันทั้งประเทศ ถ้าหากทั้งประเทศไม่เสีย นายกฯ ก็จะไม่เสีย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
"อมรัตน์"สับแหลก"ประยุทธ์"ขี้ตู่บัญชีทรัพย์สินเท็จสร้างบ้านหรู3ไร่กลางค่ายทหาร-ใช้น้ำไฟหลวงฟรี-แถมซ้ำหนีภาษี

เรื่องนี้คำตอบมีอยู่ในประมวลรัษฎากร ข้อความมาตรา 42 ถูกต้อง อนุมาตรา 6  ซึ่งระบุไว้ชัดว่าเงินได้พึงประเมินต่อไปนี้ไม่นำมาคำนวณสำหรับเสียภาษีเงินได้ คือ “เงินได้ที่ทางราชการจ่ายให้เป็นเงินค่าเช่าบ้าน หรือเงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ทางราชการให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินช่วยการศึกษาบุตร เงินช่วยเหลือบุตร เบี้ยกันดาร เงินยังชีพ หรือเงินค่าอาหารทำการนอกเวลา”ไม่ต้องนำมาคำนวณในฐานะที่เป็นเงินได้พึงประเมิน เพื่อให้ข้าราชการทั้งประเทศที่อยู่บ้านหลวง แฟลตหลวง อพาร์ตเมนต์หลวง หรือใช้รถหลวง มีความเข้าใจตรงกัน ไม่ต้องตกใจ

อย่างไรก็ตาม นางอมรัตน์ ยังได้ระบุว่าที่ นายวิษณุ กล่าวนั้นไม่ได้รวมถึงค่าน้ำและค่าไฟ ทางด้าน นายวิษณุ ระบุต่อไปว่า“ค่าน้ำค่าไฟเป็นส่วนหนึ่งของเงิน หรือค่าที่คำนวณได้จากการได้อยู่บ้านหลวง แม้กระทั่งถึงเวลาบ้านชำรุดทรุดโทรม หลวงก็ซ่อมให้ เป็นส่วนหนึ่งที่กรมสรรพากรถือคำนวณว่าเป็นส่วนของบ้านที่ได้อยู่ทั้งสิ้น ในฐานะที่จะเป็นส่วนดอกผล หรือผลประกอบ ไม่ต้องเสียภาษี "