นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ดินทางเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โดยขึ้นด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้า ใช้เวลานั่งรอประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะเข้าพบหารือใช้เวลาประมาณ 15 นาที

โดยนายณัฏฐพล กล่าวถึงกรณีที่นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่ากทม. เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้เรียกมาพูดคุยเรื่องดังกล่าว ซึ่งการลงสมัครผู้ว่ากทม.ของภรรยาเป็นการเสนอตัวให้ประชาชนคนกรุงเทพฯเลือกแค่นั้น ไม่ได้มีอะไร เพียงแสดงเจตจำนงสนใจที่จะเป็นตัวเลือก ส่วนแผนงานที่จะทำให้ได้รับการเลือก ก็ต้องมานั่งดูว่าจะไปทางไหน สำหรับตนมีความเป็นพรรคอยู่ ก็ต้องระมัดระวังในการที่จะขับเคลื่อนเพราะมีเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่ต้องระมัดระวังพอสมควร

 

ซึ่งเรื่องนี้ได้บอกกับ พล.อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เพื่อขออนุญาตแล้ว เพราะถือเป็นมารยาททางการเมือง ส่วนพรรคจะเลือกใครก็เป็นเรื่องของพรรค เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทางการเมืองโดยตรง พรรคก็ต้องมองถึงผลประโยชน์ของพรรคสูงสุดว่าใครจะลงในนามพรรคหรือไม่ลงในนามพรรค

ส่วนที่ผ่านมามีชื่อของพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประกาศลงสมัครผู้ว่า กทม.อย่างชัดเจน ซึ่งสังคมมองว่าพรรค พปชร.ให้การสนับสนุนจะเป็นการแย่งคะแนนกันหรือไม่นั้น เป็นการพูดกันในสื่อมวลชนเฉยๆ พรรคยังไม่ได้มีการประชุม ซึ่งจะต้องมีการประชุมคณะกรรมการสรรหา

การเลือกตั้งขนาดใหญ่แบบนี้พรรคจะต้องมีกระบวนการสรรหาหรือกรรมการบริหารพรรค อาจจะมองว่ามีความเสี่ยงเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นใหญ่ ถูกจับตามองเยอะจะเป็นปัญหาในการตีความอะไรต่างๆ ทางออกหัวหน้าพรรค อาจไม่ส่งใครลงสมัครในนามของพรรค เหมือนกับการเลือกตั้งนายก อบจ. ที่ผ่านมา

และหากนางทยา ลงสมัครผู้ว่า กทม. ในฐานะที่เป็นสามีเป็นรัฐมนตรีเพื่อไม่ให้สังคมมองว่า เกี่ยวโยงเอื้อประโยชน์กันและจะขัดกับกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นมาตรา 34 คงจะไม่ไปหาเสียงช่วย และที่ผ่านมาตนก็ทำงานแยกกันมาตลอดในด้านท้องถิ่นหรือระดับชาติ ดังนั้นเป็นสิ่งที่ต้องดูถึงพื้นฐานด้วยไม่ใช่อยู่ๆตนจะผลักดันภรรยามาเป็นนักการเมืองมันไม่ใช่ แต่เขาเป็นนักการเมืองอยู่แล้ว แค่บังเอิญอยู่ในครอบครัวเดียวกันเท่านั้น

พร้อมยืนยัน นางทยาตัดสินใจที่จะเสนอตัวลงสมัครผู้ว่า กทม. แน่นอน ส่วนจะลงในนามอิสระหรือไม่ ต้องดูทีมของนางทยา เพราะมีคณะทำงานวิเคราะห์ถึงเรื่องต่างๆโอกาสในการที่จะต่อสู้นโยบาย นางทยามีวิธีการบริหารจัดการไม่ได้ผูกพันกับตนเลย พร้อมปฎิเสธกระแสข่าวจะลาออก หากพรรคพลังประชารัฐไม่สนับสนุนภรรยาลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ว่าไม่จริง ตนอยู่ในพรรคพลังประชารัฐก็ต้องคำนึงถึงมารยาทในทางการเมือง ต้องรอความชัดเจนของกรรมการสรรหาพรรคว่าจะพิจารณาอย่างไรหรือจะพิจารณาใคร ซึ่งอาจจะมีการพิจารณานางทยาด้วย   

"หากพรรคตัดสินใจไปทางใดทางหนึ่งผมก็ต้องดูความเหมาะสมในเรื่องของมารยาท ขณะเดียวกันความปลอดภัยของพรรคเราจะไม่เอาการแข่งขันในระดับใด มาเป็นความเสี่ยงหรือทำให้เกิดปัญหากับพรรคอย่างแน่นอน พร้อมบอกข่าว 2 วันที่ผ่านมาอาจมีความผิดเพี้ยนในบางเรื่อง แต่นางทยาตัดสินใจเสนอเป็นตัวเลือกในการรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ก็แค่นั้น นั้นคือเรื่องใหญ่สุด ส่วนหลังจากนั้นจะมาเกี่ยวข้องกับพรรคใดพรรคหนึ่งเป็นเรื่องที่แต่ละพรรคจะต้องมาพิจารณาเรื่องความเหมาะสมเขาตั้งใจที่จะทำงานเพื่อการเมือง คงไปห้ามไม่ได้ ผมเป็นสามียังห้ามไม่ได้"