เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2564 เมื่อเวลา11.55 น.ที่สำนักงานป.ป.ช.นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือผ่านนายสุทธิ บุญมี ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ
ถึงพลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ  ป.ป.ช.ทั้งคณะ เพื่อขอทราบผลการสอบสวนเรื่องร้องเรียนกรณีบริษัทแห่งหนึ่งไม่ชำระค่าเช่า และอื่นๆ ตามกฎหมายให้กรมธนารักษ์ มูลค่าความเสียหายต่อรัฐ ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งได้ยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการป.ป.ช.มากว่า 2 ปีแล้ว ปรากฏว่ายังไม่มีความคืบหน้าใดๆทั้งสิ้น 

"วัชระ" ร้องป.ป.ช.เร่งสอบ บ.เอกชน เช่าที่กรมธนารักษ์ไม่ผ่านการประมูล ทำรัฐเสียหายมหาศาลกว่า200ล.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
"วัชระ" ค้านเลขาฯสภาสั่งงดค่าปรับบ.เอกชนที่ก่อสร้างอาคารรัฐสภาไม่เสร็จตามสัญญา

กรณีนี้มาจากการที่นายพิทักษ์  ดิเรกสุนทร ได้ร้องเรียนขอให้สอบสวนหาผู้กระทำผิดกรณีการจัดให้บริษัท A (ชื่อสมมติ) เช่าที่ราชพัสดุ จังหวัดสมุทรปราการ โดยไม่ต้องประมูล เป็นเหตุให้รัฐเสียหาย 200 ล้านบาทเศษ โดยมีข้อเท็จจริงปรากฏว่ากรมธนารักษ์มีบันทึกด่วนที่สุด ที่ กค 0304/3 ลงวันที่ 2 มกราคม 2556 แจ้งให้ธนารักษ์พื้นที่สมุทรปราการจัดให้บริษัท A  เช่าอาคารสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ สป. 668 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ โดยไม่ต้องประมูล มีกำหนดอายุสัญญาเช่า 30 ปี โดยเรียกเก็บค่าเช่าตลอดอายุสัญญาเช่า 30 ปี เป็นเงิน 64,214,732  บาท และค่าธรรมเนียมการจัดให้เช่า 30 ปี เป็นเงิน 31,331,250 บาท รวมเป็นผลประโยชน์ตอบแทนทั้งสิ้น 95,545,982 บาท  

"วัชระ" ร้องป.ป.ช.เร่งสอบ บ.เอกชน เช่าที่กรมธนารักษ์ไม่ผ่านการประมูล ทำรัฐเสียหายมหาศาลกว่า200ล.

 

ต่อมามีผู้ร้องเรียนเรื่องนี้ต่อกระทรวงการคลังว่ากรมธนารักษ์จัดให้เช่าโดยไม่ชอบด้วยพ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 เพราะเป็นการจัดให้เช่าไม่ตรงลักษณะการให้เช่าตามกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ พ.ศ.2545 ข้อ 23 (4) และ(5) ทำให้ทางราชการเสียหายเนื่องจากได้รับผลประโยชน์ตอบแทนน้อยกว่าความเป็นจริง เมื่อกรมธนารักษ์พิจารณาแล้วจึงมีบันทึกลับ ด่วนที่สุดที่กค 0305/35 ลงวันที่ 18 มกราคม 2561 สั่งการให้ธนารักษ์พื้นที่สมุทรปราการแจ้งให้บริษัท A  ชำระเงินเพิ่มคือ ผลประโยชน์ตอบแทนรวม (ค่าเช่าและค่าธรรมเนียมการจัดให้เช่า) ตลอดอายุสัญญาเช่า 30 ปี เป็นเงิน 181,035,213 บาท  ค่าเสียหายกรณีบริษัท A ซึ่งมิได้เป็นผู้เช่าหรือผู้เช่าช่วงที่ราชพัสดุตามกรมธนารักษ์แต่อย่างใด ได้เข้ามาปลูกสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต (ซึ่งเป็นอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่ต้องยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลังตามระเบียบ) เป็นเงิน 17,142,348.92 บาท ค่าปรับและค่าดอกเบี้ย กรณีปลูกสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเงิน 2,765,307.05 บาท รวมเป็นเงินที่รัฐเสียหายสุทธิที่คิดถึงวันที่ 12 มกราคม 2561 เป็นเงินทั้งสิ้น 200,942,868.97 บาท (สองร้อยล้านเก้าแสนสี่หมื่นสองพันแปดร้อยหกสิบแปดบาทเก้าสิบเจ็ดสตางค์)

ซึ่งเรื่องนี้มีการร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 จนบัดนี้เป็นเวลานานถึง 2 ปีเศษ นับเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก จึงขอให้ประธานป.ป.ช.เร่งสอบสวนเรื่องนี้ว่าเหตุใดจึงเกิดความล่าช้า และตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด เพื่อจะได้นำรายได้เข้ารัฐไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท เพื่อใช้รักษาเยียวยาประชาชนในยามโรคโควิด-19 ระบาดอย่างหนักในขณะนี้ต่อไป

"วัชระ" ร้องป.ป.ช.เร่งสอบ บ.เอกชน เช่าที่กรมธนารักษ์ไม่ผ่านการประมูล ทำรัฐเสียหายมหาศาลกว่า200ล.