เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2564 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ขอยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยเข้มแข็งและแข็งแกร่ง พรรคเพื่อไทยไม่ได้ปั่นป่วนตามที่มีกระแสข่าวการโจมตีพรรคแต่อย่างใด พรรคมีบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถครบทุกด้าน และมีคนรุ่นใหม่ที่เก่งและฉลาด พรรคมีแนวทางและหลักคิดที่ดี  ซึ่งจะเป็นความหวังของประเทศและประชาชนได้อย่างแน่นอน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
"พิชัย" คาดศก.ปี64ยากลำบากและเสื่อมถอยหนัก
 

ทั้งนี้ กระแสความสับสนน่าจะเกิดมาจากการสร้างกระแสของกลุ่มคนที่ออกจากพรรคเพื่อไทยไปแล้ว แต่พยายามสร้างความปั่นป่วนเพื่อให้พรรคดูสั่นคลอน โดยอยากขอเตือนไปยังผู้ที่ออกจากพรรคไปและพยายามสร้างความปั่นป่วนให้กับพรรค ทั้งที่พรรคได้ให้โอกาส และเคยได้รับการสนับสนุนจากพรรคจึงไต่เต้าขึ้นมาได้ อย่าได้คิดอกตัญญูโดยการให้ร้ายพรรค เพราะจะสะท้อนภาพลักษณ์ที่แย่ไปหากลุ่มคนเหล่านั้นเอง เพราะที่ผ่านมาปัญหาของพรรคเกิดจากภาวะผู้นำและยุทธศาสตร์การบริหารที่ผ่านมาไม่สร้างความหวังให้กับประชาชน ความนิยมของพลเอกประยุทธ์ตกต่ำอย่างสุดๆแล้ว แต่กลับไม่สามารถทำตัวเองให้เป็นทางเลือกของประชาชนได้ พรรคจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ดีขึ้น เพื่อให้เป็นความหวังของประชาชนได้ ซึ่งเชื่อว่าด้วยวิสัยทัศน์ที่พรรคได้แสดงออกหลังการเปลี่ยนแปลงการบริหารและจะยังจะมีนโยบายอีกหลายเรื่องตามมา ประชาชนจะมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่
 

โดยอยากให้ยึดหลักศาสนาพุทธที่ต้องรู้จักกตัญญูรู้คุณและต้องมี หิริโอตตัปปะ หรือการละอายและการเกรงกลัวต่อบาป อย่าปากพูดอย่างแต่กลับมีการกระทำอีกอย่าง อย่าทำตัวเป็นก้อนหินถ่วงพรรค ออกไปแล้วก็ควรเอาเศษหินออกไปด้วย พรรคจะได้ขับเคลื่อนต่อไปได้ โดยไม่มีอุปสรรค ถ้าหวังดีกับพรรคจริงก็ควรจะออกไปด้วยกันโดยดี จากกันด้วยดี อย่าคิดจะมาตกปลาในบ่อของพรรค ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าละอายอย่างมาก และขอยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีการแตกสาขาไปพรรคอื่นแต่อย่างใด พรรคยังเป็นหนึ่งเดียวไม่มีสาขาและเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยหลักคิดและแนวทาง ประกอบกับประวัติศาสตร์ของพรรคที่พัฒนาประเทศ และช่วยเหลือประชาชนมาตลอด และมีนโยบายที่ประชาชนสามารถจับต้องได้ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้ง 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน โอทอป SMEs SML ฯลฯ และพรรคจะมีนโยบายที่โดนใจประชาชนต่อเนื่องไปถึงอนาคต เช่น การฟื้นฟูเศรษฐกิจ การเพิ่มรายได้ของประชาชนและของประเทศ ที่เป็นจุดแข็งของพรรค การเปลี่ยนแพลตฟอร์มของประเทศทั้งของราชการและของเอกชน เป็นต้น ประกอบกับภาวะการบริหารประเทศที่ย่ำแย่ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ในปัจจุบัน หากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ พรรคเพื่อไทยจะชนะอย่างถล่มทลายแน่นอน