
เรืองไกร ร้องป.ป.ช.ไต่สวนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
"เรืองไกร" อดีตสว.ไม่จบเตรียมร้องให้ป.ป.ช. ไต่สวนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จงใจใช้อำนาจขัดกฎหมายหรือไม่ โดยจะส่งเป็นหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เช้าวันที่ 7 ธันวาคมนี้
วันที่ 6 ธ.ค. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) เปิดเผยว่า คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายกฯตู่ มีสิทธิอยู่บ้านพักรับรองได้ตามระเบียบกองทัพบกนั้น ดูจะมีปัญหาตามมา ทั้งในเรื่องรับประโยชน์เกินสามพัน และเรื่องการใช้อำนาจขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
นายเรืองไกร กล่าวว่า แม้หลายฝ่ายจะอ้างว่า เรื่องนี้ควรจบได้แล้วเพราะคำวินิจฉัยดังกล่าวออกมาแล้ว แต่อาจไม่เป็นเช่นนั้น เพราะหากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีพฤติการณ์ที่ไม่ชอบตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 234(1) เรื่องนี้ ย่อมจบยากและ ปปช.ก็มีหน้าที่และอำนาจเข้ามาไต่สวนได้
นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า สิ่งที่นักการเมืองและหลายฝ่ายมองไม่ทะลุ คือ ตามนัยคำวินิจฉัยที่ 27/2544 ที่วินิจฉัยว่า ระเบียบฯ ไม่ใช่บทบัญญัติของกฎหมายดังนั้นระเบียบกองทัพบกดังกล่าว ย่อมไม่ใช่บทบัญญัติของกฎหมาย การยกระเบียบกองทัพบกมาวินิจฉัยจึงอาจไม่ชอบ ที่ไม่ชอบ เพราะว่า พรป. วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 73 บัญญัติว่า คำวินิจฉัยต้องยกบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายมาอ้างอิงเท่านั้น ดังนั้นการยกระเบียบกองทัพบกซึ่งมิใช่บทบัญญัติของกฎหมายมาอ้าง จึงมิอาจทำได้
นายเรืองไกรระบุอีกว่า อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญเคยโดนประกาศ คปค. ฉบับที่ 3 ยุบ ซึ่งมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการนำระเบียบฯ คตง. มาใช้ในคำวินิจฉัยที่ 47/2547ดังนั้น เมื่อคำวินิจฉัยนำระเบียบกองทัพบกมาใช้ จึงไม่เป็นไปตามมาตรา 73 กรณีย่อมมีปัญหาตามมาว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเข้าข่ายจงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1) หรือไม่
นายเรืองไกร กล่าวสรุปว่า เรื่องนี้จึงยังไม่จบ และเตรียมจะร้องขอให้ ป.ป.ช. ไต่สวน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า จงใจใช้อำนาจขัดกฎหมาย ตามความในมาตรา 234 (1) หรือไม่ ในเช้าวันที่ 7 ธ.ค. นี้ โดยส่งเป็นหนังสือทางไปรษณีย์ EMS



