
ประชุมหน่วยงานมั่นคงรับมือม็อบบุกทำเนียบ 14 ต.ค.นี้
ประชุมหน่วยงานมั่นคงรับมือม็อบบุกทำเนียบ 14 ต.ค.นี้ ประเมินผู้ชุมนุมหลักหมื่น "แรมโบ้"ขอประชาชนอย่าเข้าร่วมชุมนุม เพราะมีเป้าหมายล้มสถาบันฯ ระบุ ขณะนี้มีอดีตผู้สมัคร ส.ส. อดีตพรรคการเมืองและพรรคการเมือง ขั้วตรงข้ามรัฐบาล เคลื่อนไหวปลุกระดมประชาชน
นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พร้อมด้วยนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ประชุมร่วมกับตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ตำรวจสันติบาล ตัวแทนจาก กทม. ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซักซ้อมทำความเข้าใจการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาลเพื่อเตรียมรับมือการชุมนุมวันที่ 14 ตุลาคมนี้
หลังการประชุม นายสุภรณ์ เปิดเผยว่า นายประทีปดูแลเกี่ยวกับรายละเอียดทั้งหมด ส่วนตนเองมีหน้าที่ประเมินสถานการณ์กลุ่มมวลชนจากต่างจังหวัด โดยประเมินว่า ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ใครคิดจะมาชุมนุมก้าวล่วง พี่น้องประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ไม่เอาด้วยอย่างแน่นอน ที่สำคัญคือการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคณะก้าวหน้าของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, กลุ่มของนายอานนท์ นำพา หรือกลุ่มของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ก็รู้แล้วว่าเป้าหมายของการเคลื่อนไหวเพื่อก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นพี่น้องประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะอดีตคนเสื้อแดง , อดีตแกนนำนปช.หลายๆ คน ก็ยืนยันว่า จะไม่เข้าร่วมชุมนุม แต่ยังมีกลุ่มของพรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ปราศรัยตามจังหวัดต่างๆ พยายามปลุกระดมให้มวลชนมาร่วมชุมนุม จึงอยากฝากไปถึงผู้ที่จะมาชุมนุมว่าการก้าวล่วงสถาบันเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะ ส่วนแกนนำคนเสื้อแดงโดยนายอานนท์ แสงนาค ก็แถลงแล้วว่า พี่น้องหมู่บ้านเสื้อแดงทั่วประเทศไทยและแกนนำทุกภาคทุกจังหวัด จะไม่มาร่วมชุมนุม เพราะทุกคนจะปกป้องสถาบันตามที่เป็นข่าวไปแล้ว
สำหรับการประเมินกลุ่มผู้ชุมนุม นายสุภรณ์ กล่าวว่า ประเมินแล้วว่าการชุมนุมครั้งนี้จะมีจำนวนหนึ่ง แต่ทั้งหลายทั้งปวงก็ต้องมีการเตรียมการดูแล ประเมินให้รอบคอบ และคิดว่าการชุมนุมไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับบ้านเมือง ยิ่งชุมนุม ยิ่งทำให้เศรษฐกิจเสียหายเพิ่มขึ้น ยิ่งชุมนุมยิ่งทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบมากขึ้น ยิ่งทำให้ประเทศชาติทำงานยากขึ้น รัฐบาลทำงานยากขึ้น ซึ่งตนเองมีประสบการณ์บนท้องถนนทั้งปี 52 , 53 และ 57 ไม่ได้ช่วยให้บ้านเมืองมีอะไรดีขึ้น มีแต่ซ้ำเติมเศรษฐกิจ ซ้ำเติมประชาชนผู้บริสุทธิ์ สำหรับประเทศไทย บุคคลที่เสียหายคือประชาชน คนเดือดร้อนคือประชาชน และความพินาศย่อยยับคือประเทศไทย จะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย
ส่วนการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นวันที่ 14 ตุลาคมนี้ นายสุภรณ์ ย้ำว่า ในฐานะที่ตนเองเคยเป็นแกนนำการชุมนุม ก็จะตั้งอยู่บนความไม่ประมาท ต้องมีแผนเตรียมการควบคุมความเรียบร้อย และเจ้าหน้าที่ต้องรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมด้วย ไม่ให้บุคคลที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์จนเกิดความวุ่นวาย และขอให้ชุมนุมสงบ สันติ ภายใต้ขอบเขตกฎหมาย อย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย อย่าสร้างความรุนแรงและความเสียหายให้เกิดขึ้นอีกเลย ประสบการณ์ในอดีตขอให้มาเป็นบทเรียน
ส่วนการดูแลสถานที่ราชการ นายสุภรณ์ กล่าวว่า ทุกสถานที่ราชการเป็นของประชาชน ดังนั้นฝากอย่าทำอะไรผิดกฎหมายอ ย่าก้าวล่วงเข้ามาพื้นที่สถานที่ราชการ หรือทำลายทรัพย์สินสถานที่ราชการ การชุมนุมภายใต้ขอบเขตรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องปกติ ไม่ควรก้าวล่วงสถาบันหรือบุกรุกสถานที่ทําลายทรัพย์สินราชการ และสุดท้ายชีวิตอนาคตของความเป็นแกนนำ จะต้องเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย ต้องถูกดำเนินการดำเนินคดีโดยชะตากรรมเดียวกัน และขณะนี้เห็นว่าแกนนำ นปช. หลายคนได้รับอภัยโทษด้วยบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ก็ทรงอภัยโทษให้กับแกนนำเสื้อแดง และทำให้ทุกสีเสื้อออกจากคุกออกจากตารางมา
ส่วนการเตรียมความพร้อมด้านการปฏิบัติการ นายสุภรณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นรายละเอียดยังไม่ได้พูดคุยกัน โดยนายประทีปประชุมเพื่อเตรียมการเท่านั้น ส่วนการมอบภารกิจภายในก็จะมีการประสานงานไปเ แต่ยังไม่มีรายละเอียด ซึ่งการข่าวได้ประสานทางพี่น้องที่เป็นแนวร่วมอดีตแกนนำคนเสื้อแดงที่กลับใจมาช่วยปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็บอกว่ามีอดีตนักการเมือง อดีต ส.ส. หรือ ส.ส.ปัจจุบัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล พยายามไปชักจูงปลุกระดม และมีการจ่ายค่ารถค่าเรือให้มาร่วมชุมนุม พี่น้องหลายคนก็อยากได้แต่ไม่สามารถมาชุมนุมได้ เพราะเป็นการชุมนุมที่ไม่ได้เรียกร้องประชาธิปไตย แต่เป็นการเรียกร้องล้มล้างเกี่ยวข้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ประชาชนหลายกลุ่มหลายพื้นที่เลยไม่มา
นายสุภรณ์ กล่าวว่า การดำเนินการเกี่ยวกับบุคคลที่ปลุกระดม ขณะนี้มีหลักฐานและกำลังรวบรวมอยู่ หากมีหลักฐานชัดเจนก็จะนำมาเปิดเผย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานอยู่ หากพบการปลุกระดม ก็ขอให้ถ่ายคลิปวีดีโอเป็นหลักฐานประจานด้วย เพื่อเปิดโปงบุคคลที่อยู่เบื้องหลังล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ใครที่อยู่เบื้องหลังเป็นทุน หรือเป็นจิ๊กซอว์เกี่ยวข้อง การทำผิดกฎหมาย หรือล้มล้างสถาบัน ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทุกคน ไม่ละเว้นอะไรทั้งสิ้น พร้อมเปอดเผยว่า มีความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองและเอดีตพรรคการเมือง ที่ตรงข้ามรัฐบาลมากกว่า 1 พรรค
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวจากที่ประชุมว่า ที่ประชุมมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับแผนเผชิญเหตุ เพื่อรักษาความปลอดภัยพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล โดยจะยึดถือตาม พ.ร.บ.การชุมนุมอย่างเคร่งครัด ห้ามเข้าใกล้ทำเนียบรัฐบาลเกิน 50 เมตร โดยแผนเผชิญเหตุ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเป็นฝ่ายที่ดำเนินการในรายละเอียด และมีการประเมินจากฝ่ายความมั่นคงว่าผู้ชุมนุมจะอยู่ในหลักหมื่น
ระเบิดราคา ลดแล้วลดอีก ลาซาด้า



